movie

scenes of a sexual nature

posted on 04 Aug 2007 16:12 by gelukkig in movie

ผมเพิ่งดูหนังเรื่องนี้จบ ตะกี้เองครับ เรื่องนี้มันเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสวนสาธารณะแห่งหนึ่งใน ลันดันครับ เป็นการบอกเล่าเรื่องราวของความรัก ในหลายรูปแบบเท่าที่รู้สึกว่ามันค่อนข้างจะเป็นจริงมากๆเลยในชีวิตครับ โดยผ่านผู้คนที่มาพักผ่อนในสวนสาธารณะนี้ในวันหยุดครับ โดยจะมีหลายๆแบบนะครับ แต่ข้อมูลในเรื่องรักของหนังนี่มันค่อนข้างเป็นแบบรักหลายๆอย่างแต่ไม่เจาะลึกไปนะครับมันเหมือนกับคนมานินทากันว่าคนนู่นเป็นไงคนนี้เป้นไงเท่านั้นแหละครับ มันต้องคิดตามนิดหนึ่งแล้วคุณจะได้เห็นอะไรดีๆในมุมมองเหล่านี้แล้วจะบอกว่าจริงนี่หว้าว่าโลกนี้มันก็เป็นแบบนี้ครับ

เริ่มเรื่องมาเป็นคู่ของสามีภรรยาที่แต่งงานกันแล้ว มานั่งพักผ่อนย่อมใจในสวนนี้นะครับ ค่อนข้างที่จะมาบ่อยมากๆ ก็นั่งคุยแบบเรื่องจิปาถะไปเรื่อยๆๆนะครับ สามมีก็นั่งอ่านหนังสือ ส่วนภรรยานอนอ่านพวกหนังสือแบบHow toนะครับ แล้วบังเอิญสามีก็หันไปเห็นผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งนอนอ่านนิยายอยู่นะครับ(เห็นรูปแล้วรู้ยังครับว่ามันน่ามองตรงไหนครับอิอิ) พอสามีเห็นได้ดังนั้น ก็เริ่มเปลี่ยนท่านั่งเพื่อจะหันไปมองกางเกงในของสาวคนนั้นครับ แล้วเอาหนังสือพิมพ์มาบังไว้เพื่อไม่ให้ภรรยาเห็นว่ามองอะไรครับ แต่แล้วภรรยาก็เห็นอยู่ดีล่ะครับ แล้วถามสามีว่าเธอดูสวยไหม แล้วถ้าในกลุ่มผู้ชายนี่เรียกพวกหน้าท้องแบนว่าอะไร สามีก็บอกว่าเปล่ามองสาวคนนั้นแบบไหน แต่บังเอิญสนใจหนังสือที่สาวคนนั้นอ่านอะ ภรรยาเลยถามสามีว่ามันเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร สามีก็เล่าเรื่องแบบมั่วไปครับ ภรรยาเลยลุกขึ้นไปหาสาวคนนั้นครับ สามีก็เดินตามไปแล้วพยายามจะห้ามไม่ให้คุยกันครับ เพราะว่าไม่อยากจะอายในสิ่งที่ทำครับ ภรรยาก็ถามสาวคนนั้นว่า หนังสือเรื่องนี้ดีนะ สามีของเค้าก็ชอบเหมือนกัน แล้วเนื้อเรื่องล่ะเป็นยังไง สาวคนนั้นก็ตอบว่า มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับการที่คนเราไม่ค่อยชอบอยู่ในกฏเกณท์ของสังคมครับ พระเอกในเรื่องก็พยายามที่จะแปลกแยกออกจากสังคมและพยายามที่จะแหกกฏตลอดเลย พอภรรยาฟังได้ดังนั้นก็หันไปมองหน้าสามี แล้วก็หันมาบอกสาวคนนั้นว่าสวนสาธารนธนะ มันมีคนเยอะก็ขอให้ระวังเรื่องคนที่จะมาดูกางเกงในที่ออกมาบ้าง อย่างเช่นสามีฉันก็จ้องตาเป็นมันเลย แล้วภรรยาก็เดินออกไปแล้วเรียกสามีว่าไปเรากลับกันเถอะ ภรรยาก็เก็บของแล้วเดินออกไป ส่วนสามีก็พยายามจะขอโทษสาวคนนั้นแทนภรรยาตัวเอง แต่สาวคนนั้นถามว่าคุณแอบดูฉันเหรอ สามีก็ไม่ตอบอะไร แล้วสาวคนนั้นก็ถามอีกว่า อยากจะดูอีกครั้งไหม สามีก็ถามว่าอะไรนะ สาวก็บอกว่าอยากดูอีกครั้งไหม สามีก็ทำท่าแบบพยักหน้า สาวคนนั้นก็เลยลงไปนอนแล้วค่อยๆ เปิดให้ดูครับ พอสามีเห็นปุ๊ปแล้วก็ขอโทษอีกครั้งแล้วก็ไป

ผมว่าถ้าเปรียบเหมือนความรักนะครับ ในชีวิตคงเราระยะยาวนะครับ ผมว่ามันก็เหมือนกับการที่สื่อถึงความสัมพันธ์ของคน2คนนะครับ พอเวลาอยู่กันไปนานๆแล้ว มันก็อาจจะมีการเผลอกันได้บางครั้ง ซึ่งเรื่องแบบนี้ผมว่าถ้าคิดจะคบกันนะ ก็ควรที่จะมองผ่านเลยบ้างนะ กับการที่คนใดคนหนึ่งนั้นเผลอไปสนใจคนอื่นนะครับ เพราะว่าโลกนั้นไม่ได้สร้างมาเพื่อเป็นที่ส่วนตัวของชีวิตคู่คนไหนเลยนะครับ มันก็เหมือนสามีภรรยาคู่นี้นะครับแต่ถ้าบังเอิญมีสิ่งที่เผลอแบบว่าอีกฝ่ายนั้นมีความรู้สึกถึงความอยากรู้ อยากเห็นและอยากจะแหกกฏเกณท์ทางสังคม ซึ่งมาแสดงในบทของสาวคนนั้นที่หวังว่าจะได้ความสัมพันธ์ที่แปลกๆแล้วก็โลดโผน ผมว่าหนังเรื่องนี้แสดงอารมณ์ที่สื่อมาใช้ได้เลยครับ เพราะว่าในตอนที่สาวคนนั้นเปิดให้เห็นกางเกงในอีกทีนั้น ความรู้สึกของสามีก็เริ่มคิดแบบลังเลในการผิดแปลกและแหกกฏของสังคมนะครับ แต่ด้วยความซ่อสัตย์นั้นทำให้กับมาเข้ารูปเข้ารอยได้ครับ


คู่ต่อมาครับ ก็เป็นสามีกับภรรยาคู่หนึ่งครับ แต่ตอนนี้กำลังจะหย่ากันครับ แล้ววันนี้ที่มาเจอกันนั้น เพราะว่ามันเป็นจุดที่นัดพบเพื่อทางภรรยาพาลูกสาวมาให้อยู่กับทางสามีครับ พร้อมทั้งเอาใบหย่ามาเซ็นนะครับ แต่ในคู่นี้แล้วมันทำให้ผมรู้สึกถึงความที่เรารักกันนะ รักมากด้วยแต่อยู่กันไม่ได้ครับ เพราะว่ามันอาจจะเป็นเพราะนิสัยแต่ละคนถึงทำให้อยู่กันไม่ได้ อย่างในหนังนั้นมีครั้งหนึ่ง ต่างคนต่างพูดถึงอดีตแล้วการกระทำต่างก็โหยหาอดีตที่มีความสุขของทั้งสองคน แต่พอแป๊ปหนึ่งก็มีคนใดคนหนึ่งก็ดึงกลับมาสู่โลกของความจริงครับ ว่าถ้าอยู่ด้วยกันก็จะต้องมีเรื่องทะเลาะกันเรื่อยๆๆไปครับ ก็เลิกบอกว่าจำเป็นต้องแยกกันอยู่ โดยใช้ลูกสาวเป็นตัวสื่อถึงเรื่องนี้ครับ มีอยู่ครั้งหนึ่งลูกสาวบอกกับพ่อว่า หลังจากที่แม่ยกกันอยู่กับพ่อแล้วรู้สึกว่าแม่นั้นมีความสุขมากกว่าอยู่กับพ่อนะ ด้วยความที่เป็นเด็กทำให้การพูดแบบนี้ดูใสซื่อเกินกว่าจะมาโกหกกันได้ เลยทำให้ดูน่ารักไปอีกแบบครับ แล้วทางฝ่ายสามีกับภรรยาคู่นี้ก็แสดงถึงความโหยหากันตลอดเลยครับ โดยมีการคุยกันในเรื่องไหนที่ถูกคอกันก็จะมีการจูบกันทีครับ จนกระทั่งฝ่ายแม่แยกตัวกลับไปก่อนแล้วให้สามีกับลูกก็แยกกลับไปครับ

ผมมองว่าความรักที่เค้าสื่อมานั้นมันก็เหมือนกับการที่เรารักกัน บางครั้งก็ไม่สามารถจะอยู่ด้วยกันได้ครับ อาจจะเป็นเพราะด้วยเหตุผมอะไรก็แล้วแต่ มันจะทรมานนะ มันก็เหมือนกับเรื่องที่ผมเคยเอามาลงเรื่องประภาคารนะครับ ลองหาดูในบล็อคของผมแล้วกัน เล่าคราวๆนะครับ ก็เปรียบเหมือนนที่เราชอบเหมือนประภาคารครับ ที่ส่องแสงมาในยามคำคืนทุกคนก็เห็นแสงที่สวยนั้นแต่ไม่เคยทฃมีใครจะล่องเรือไปหาประภาคารนั้นเลยครับ แค่ได้เห็นเธอนั้นมีความสุขก็สุขใจแล้ว เพราะว่าอยู่กับเราแล้วมันอาจจะไม่มีความสุขก็ได้อะ แค่รักคงยังไม่พอหรอกครับผมว่าความรักก็เป็นแบบนี้ครับ

ส่วนคู่นี้มันเป็นการนัดบอดครับ นัดมาเจอกันเพราะว่าแต่ละคนนั้นอายุเยอะแล้วก็หวังว่าจะมีชีวิตคู่ได้สักทีครับ ฝ่ายชายนั้นอายุ40ปีครับ ชีวิตนี้ไม่เคยมีแฟนเลยครับ และเป็นเจ้าของร้านอาหารครับ ส่วนฝ่ายหญิงก็มีแฟนมาหลายคนแล้วครับ แต่ก็ไม่เคยคนที่จริงใจเท่าไหร่ก็เลยเลิกรากันไปครับ ทำงานเป็นนักสังคมสงเคราะห์ครับ
ก็ออกมานั่งอยู่ที่สวนแล้วก็พยายามจะคุยกันครับมันเป็นการที่รู้จักกันครั้งแรกมันก็เลยดูเขินๆหน่อย แต่ละคนก็เล่าถึงหน้าทีการงานของตัวและพูดถึงความสัมพันธ์ในอดีตบ้าง ผู้ชายก็พยายามเอาใจทุกอย่างนะครับ เพราะว่าหวังที่จะมีชีวิตคู่สักทีครับ ส่วนฝ่ายหญิงก็พยายามที่จะเข้าใจกันให้มากขึ้นครับ แล้วพอถึงจุดสุดท้ายนะครับ ฝ่ายชายก็ชวนผู้หญิงไปเดินเล่นครับเพราะว่าหลังจากกินไวส์แล้วมันอาจจะรู้สึกถึงความมึนเมาหน่อยแล้วครับ(แต่ในความหมายจริงๆผมคิดว่ามันหมายถึงsexครับ) ฝ่ายหญิงก็ทำท่าแบบลังเลครับ แล้วบังเอิญสายตาก็ไปสะดุดกับผู้ชายคนหนึ่งเข้าครับ ผู้หญิงก็มอง(เท่าที่ผมคิดอาจจะเป็นคนรู้จักหรือว่าเป็นแฟนเก่าหรือว่าคนนี้ก็หล่อดี)ได้แป๊ปหนึ่ง ก็หันมาบอกฝ่ายชายว่าok.ค่ะ ไปกัน แต่ฝ่ายชายก็โมโหขึ้นมาครับ แล้วบอกว่าไม่ว่าง จะรีบกลับไปเปิดร้าน แล้วก็รีบเก็บของแล้วลุกออกไปเลย(งงใช่ไหมครับว่าเกิดไรขึ้นเดี๋ยวจะมีคำตอบครับ) ก็ที่ฝ่ายชายจะเดินไปนั้น ฝ่ายชายก็พูดบอกว่าแค่เห็นหนุ่มหล่อก็ทำตามองไม่กระพริบเลยนะ มันน่าโมโห*#####*-/ แล้วก็จบครับ

ผมว่านะครับคู่นี้มันสื่อถึงความรักที่บางทีแล้วถ้าเรามัวแต่คิดไปเองนี่แหละครับเป็นสิ่งที่น่ากลัวครับ ฝ่ายชายที่ไม่มีแฟนมาเลยนี่ก็เพราะว่าเค้าอาจจะรีบตัดสินใจเลิกไปก่อนที่จะรู้ว่าอะไรเป็นอะไรครับ ผมว่าเรื่องบางเรื่องในความรักนี้มันก็น่าจะถามกันได้นะครับ หรือบางทีเรื่องไม่เป็นเรื่องก็ต้องปล่อยๆๆกันมั่งครับ แล้วยิ่งตัดสินใจเองไปก่อนนี่บางครั้งมันอาจจะทำให้คนที่ไม่รู้อะไรเลยอาจจะเจ็บเพราะว่าจริงๆแล้วเค้ารักเราก็ได้นะครับ อย่าลืมนะครับว่าโลกใบนี้มันไม่ใช่โลกที่มีแค่เรา2คนนะครับ

ส่วนคู่นี้ผมว่าทำออกมาหน้าน่าดีครับ เป็นของคนแก่2คนครับ ผู้หญิงจะมานั่งที่ม้านั่งตัวนี้มองวิวทุกวันพูธมา 50 ปีแล้วครับ ส่วนฝ่ายชายก็มานั่งที่ตรงนี้ทุกวันพฤหัสบดีครับ มาหลายปีแล้วครับ แล้วทำไมถึงได้มาเจอกันได้ล่ะ อย่างนี้ต้องมีคนจำผิดครับ ฝ่าชายเป็นคนจำวันผิดไปครับ ก็เลยมาวันพุธแทน ในเรื่องฝ่ายหญิงนั่งอยู่ก่อน ฝ่ายชายมาก็ขอนั่งด้วยได้ไหม ฝ่ายหญิงก็บอกว่าเอาซิแล้วก็ลื่นตัวมาให้ฝ่ายชายนั่ง ก็มีการคุยกันเรื่องวิวกันเล็กน้อย ว่าทำไมถึงชอบมานั่งกันที่นี่ แล้วก็พูดถึงว่านี่เป็นที่ประจำที่จะมานั่งแต่มันเป็นคนละวันครับ (ฝ่ายชายจำผิดครับ)ฝ่ายหญิงก็เล่าบอกว่าที่ตรงนี้เป็นความลับมากๆขนาดสามีของเธอที่ตายไปแล้วยังไม่รู้เลยว่าเธอชอบมานั่งตรงนี้ ฝ่ายชายเลยถามว่าทำไมต้องมานั่งตรงนี้ด้วยล่ะทั้งที่จริงๆแล้วที่นี่ก็มีที่สวยๆให้นั่งอีกต้องเจอ ฝ่ายหญิงเลยบอกว่าที่นี่คือที่แห่งความทรงจำของเธอ เพราะว่าเมื่อก่อนตอนเธออายุ17ปีเธอเคยมีคนที่รักอยู่แล้วมาแถวๆนี้อยู่บ่อย จนกระทั่งเค้าก็แต่งงานไปเพราะว่าถูกที่บ้านเค้าบังคับ มันเหมือนเรื่องที่คาใจว่าจริงๆแล้วเค้านั้นรักเค้าหรือเปล่า แล้วฝ่ายหญิงก็ถามฝ่ายชายว่าไมถึงชอบตรงนี้ ฝ่ายชายก็เลยเอ่ยชื่อของภรรยาตัวเองขึ้นแล้วหันไปบอกชื่อของฝ่ายหญิงครับ(คงรู้แล้วสิครับว่าคงที่ฝ่ายหญิงเฝ้ารอนั้นคือผู้ชายคนนี้ครับ)(ฝ่ายชายภรรยาก็เสียไปแล้วนะครับ) พอฝ่ายหญิงรู้แล้วก็ตกใจและก็อึ้งครับ ว่าสิ่งที่รอคอยว่าจะเจอนั้นต้องใช้เวลาต้อง50ปีกว่าจะได้พบกันใหม่ แล้วทั้งสองคนคุยกันไปเรื่อยเปื่อยแล้วก็ชวนกันเดินไปทางที่ค่อนข้างชันหน่อยเพื่อจะไปถึงที่สูงกว่านี้และเคยไปด้วยกันครับ ระหว่างทางนั้นก็คุยกันเรื่อยเปื่อย ฝ่ายชายนั้นก็พยายามที่จะสื่อความสัมพันธ์นับจากจุดที่หายต่อไปด้วยคำพูดที่ว่า ผมก็แค่ชวนคุณมานั่งคุยกันดื่มกาแฟแล้วก็นั่งคุยกันนิดหน่อย แล้วฝ่ายชายยังบอกอีกว่า เอางี้แล้วกันผมจะเปลี่ยนวันมาที่สวนนี้เอาเป็นทุกวันพุธแทนแล้วกันจะได้เจอคุณ แต่ฝ่ายหญิงก็ปฏิเสธที่จะเจอเพราะว่า ฝ่ายหญิงนั้นบอกว่าทุกวันพุธนั้นเค้าจะเปลี่ยนไปไหว้หลุมศพของแฟนเค้าแทน แล้วเรื่องนี้ก็จบลงตรงนี้ครับ

ในเรื่องราวของคนนี้ ผมมองว่าฝ่ายหญิงนั้นแค่มีความทรงจำดีๆในเรื่องที่เป็นส่วนตัว ที่เคยใฝ่ฝันมาตั้งนาน ก็อยากให้มันเป็นแค่ฝันต่อไปครับ เพราะว่าในใจเธอนั้นความจริงของเธอก็คือสามีที่เสียไปแล้วนั้นเป็นคนที่เธอรักมากที่สุด แต่ในโลกความฝันของเธอ ก็คือชายคนนี้ที่มันคาใจอยู่เปรียบเสมือนอัศวินม้าขาวในความฝักับเธอมาตลอด แต่พอเธอได้เห็นความฝันกับความจริงมาบรรจบกัน มันทำให้เธอยอมรับความจริงอยู่อย่างหนึ่งว่าความฝันนั้นก็สมควรจะอยู่ในฝันครับ เพราะว่าความจริงเธอมีคนร่วมทางชีวิตเธอมาตลอดแล้วเธอจึงไม่อยากจะมีใครมาแทนที่เค้าคนนั้น แม้กระทั้งคนในฝันของเธอก็เถอะครับ ส่วนฝ่ายชายนั้นในเรื่องไม่ได้บอกว่าเค้ามานั่งในวันพฤหัสบดีตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำให้ผมรู้สึกว่าอาจจะมานั่งไม่นานกว่าผู้หญิงก็เป็นได้ครับ หรืออาจจะมานั่งตอนที่เขาเพิ่งเสียภรรยาไปก็ได้ครับ ทำให้ผมรู้สึกว่าเค้าเหงาและแค่อยากจะมีใครคอยอยู่เป็นเพื่อนในยามที่แก่ช่วงนี้ครับ ทำให้เค้านึกถึงอดีตขึ้น เค้าก็เลยลองไปดูในที่ๆเคยมีความสุขร่วมกันครับ จนกระทั่งได้เจอกันก็อยากจะสร้างความสัมพันธ์อีกครั้งเพื่อที่จะได้ไม่อยู่คนเดียวครับ ผมว่ามันก็เหมือนเรื่องของความรักของหนุ่มสาวนะครับ

แล้วถึงคู่ที่ผมชอบที่สุดในเรื่องนะครับ เป็นคู่ของผู้ชายกับผู้หญิงคู่หนึ่งครับ เริ่มเรื่องจากที่ผู้ชายยืนรอผู้หญิง ระเบียงทางเดินในสวนนี้นะครับ แล้วก็อยู่มีผู้หญิงหน้าตาดีคนหนึ่งเดินผ่านมา ผู้ชายก็หันมอง แล้วมือถือก็ดังขึ้นครับ เสียงในสายก็บอกว่าไม่เจอกันอาทิตย์เดียวก็ไปมองหญิงอื่นแล้วเหรอ ผู้ชายก็หัวเราะยิ้มๆหน่อยครับ แล้วผู้หญิงที่รอก็มาปิดตาเค้าครับ เป็นคู่ที่ดูมีความสุขมากๆเลยครับในหนัง ก็คุยกันหลายเรื่องว่าจะพาไปเที่ยวที่ไหนอะไรแบบนี้ แต่ว่าอาทิตย์หนึ่งจะเจอกันได้แค่ครั้งเดียว ผู้หญิงก็บอกรักผู้ชายมาก ผู้ชายก็บอกว่าเขารักผู้หญิงคนนี้มาก(มันดีมากๆๆเลยอะ) การพูดคุยของคู่นี้ก็ทำให้รู้สึกถึงความรักสวยงามได้จางๆเหมือนกัน แต่แล้วพอตอนที่จะแยกจากกันนั้น ผู้ชายก็ให้เงินผู้หญิงครับ เพราะว่าหมดชั่วโมงที่จะเจอกันแล้ว จริงครับที่ผมพูดมาครับผู้กำกับกระชากความรู้สึกผมมากเลยครับ ผู้หญิงคนนี้คือคนขายบริการครับ มาพบผู้ชายคนนี้ทุกอาทิตย์ครับ แล้วผู้ชายคนนี้ไม่เคยมีsexกับผู้หญิงคนนี้เลยครับ ผมว่าเท่าที่ผมดูผมว่าผู้ชายคนนี้เค้าต้องเป็นคนที่เหงามากๆเลยครับ ไม่มีคนเข้าใจเค้าก็เลยอยากหาคนที่จะรับฟังเค้าบางก็เลยจำเป็นต้องใช้เงินซื้อความสุขที่ได้มาจากการพูดคุยระบายทุกข์กันครับ ผมไม่รู้หรอกครับว่าผู้ชายคนนี้รักผู้หญิงจริงหรือผู้หญิงรักผู้ชายคนนี้หรือเปล่าครับ แต่ว่ามันน่าจะมีความสัมพันธ์อะไรบางอย่างบ้างนะครับ แต่ผมว่ามันเศร้านะครับ ที่ความรักนั้นได้มาจากการซื้ออะครับ

แล้วมีอีกหลายคู่นะครับ คู่เกย์ที่อยากจะมีชีวิตคู่โดยอยากมีลูกมาเลี้ยงดูครับ และก็มีผู้ชายแย่คนหนึ่งเป็นตัวละครที่ไม่ต้องคิดอะไรเลยครับวันๆต้องการจะเอาอย่างเดียวนะครับ ก็เลยกลายเป็นที่น่ารังเกียจของคนทั่วไปครับ

สรุปหนังเรื่องนี้ดูแล้วก็ให้ความรู้สึกถึงความรักที่เป็นความจริงที่สุดครับ ไม่ใช่นิยายเพ้อฝันนะครับ เป้นรักที่มีจริงในโลกนะครับ สื่อมาค่อนข้างดี ถึงผมจะเล่ามาไม่ดีเท่าไหร่อะครับ แต่ผมก็ชอบนะครับ เป็นหนังที่หน้าดูเรื่องหนึ่งครับ