" ไอ้สิทธิ์ มึงทำไรอยู่ฟ่ะบ่นอะไรอยู่นั้นแหละ"
อัตถามเพื่อนร่วมห้องในหอแห่งหนึ่งแถวๆรังสิต
"โอม มะรึนกะกือ แอมบาเดช ไครก็ดาที ซีต้าเลยมากูเซเพจังรี อาซี"
สิทธิ์กำลังท่องภาษาอะไรอยู่ไม่รู้โดยที่สิทธิ์นั้งอยู่มุมห้องข้างๆตู้เสื้อผ้าข้างหน้าของสิทธิ์มีกระดาษหนังสือพิมพ์ที่พับเป็นรูปกรวยคว่ำหน้าอยู่โดยที่ข้างในนั้นหน้ามีบางอย่างอยู่ แล้วสิทธิ์ก็หันไปบอกว่ากับอัตว่า
"กูกำลังทำให้เหรียญบาทนี่กลายเป็นเหรียญวิเศษที่สามารถโยนแล้วสามารถบอกบอลให้กูเล่นได้ทุกคู่ฟ่ะ"
พอพูดเสร็จสิทธิ์ก็หันไปท่องบทสวดต่อไป
"มึงท่าจะบ้าว่ะ กูว่าเอาเวลานี้ไปอ่านหนังสือสอบดีกว่าหรือไม่ก็เอาไปทำงานมึงจะได้เงินจะง่ายกว่ามาเล่นการพนันอีกมึง"
อัตบอก
"มึงเชื่อกู"
สิทธิ์พูดพอพูดเสร็จแล้วสิทธิ์ก็พยายามจะร่ายคาถานั้นอยู่ขาที่สิทธิ์กำลังยืดออกไปนั้นได้ไปเตะเอากับตู้เสื้อผ้าของที่อยู่ข้างบนตู้ตกลงมาเต็มไปหมด
"มึงทำไรฟ่ะ เละไปหมดแล้ว"
พอพูดเสร็จแล้วอัตก็เดินไปเก็บของที่หล่นลงมา
"ซวยมึงแล้วไอ้สิทธิ์ แว่นสำรองของมึงหล่นลงมาร้าวเลยว่ะ"
อัตบอก
"ช่างมันเพราะว่าอาจจะเป็นเพราะพลังอำนาจของพลังจิตกูเลยทำให้แว่นแล้วนี่ก็ถือว่าเหรียญกูมีพลังวิเศษแล้วดิ"
สิทธิ์พูด
"มีงบ้าไปเปล่าว่ะ มึงเสียบอลจนเพี้ยไปเลยเหรอว่ะ"
อัตพูดด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่ายเต็มที่
"คืนนี้กูจะลองพิสูจน์ความเชื่อของกู"
สิทธิ์พูด
...............................
....................................................
....................................................................
..................................................................................
2-3วันต่อมาที่ห้องพักของอัตและสิทธิ์
"อัตมีเงินให้ยืมสัก3หมื่นเปล่าว่ะกูเสียบอลว่ะวันนี้ต้องเคลียร์เค้าอะ"
สิทธิ์พูด
"กูไม่มีว่ะมึงนะเล่นตามเหรียญนำโชคของมึงอะดิ"
อัตพูดแบบเซ็งๆ
"กูจะทำไงดีฟ่ะ"
สิทธิ์บ่นไปพร้อมทำหน้าเครียดๆๆแบบคิดไม่ออก
บรรยากาศในห้องเงียบลงไปพักใหญ่ๆๆๆ
"เออไอ้สิทธิ์แว่นสำรองมึงที่มันร้าวกูขอยืมได้เป่าว่ะกูจะถอดเลนออกเอาไปใส่แสดงละครในมหาลัยว่ะ"
อัตถามสิทธิ์
"เอาไปเถอะตอนนี้กูไม่อยากจจะคิดไรแล้วว่ะเครียดว่ะ"
สิทธิ์บอก
"ไมแว่นสายตามึงพอใส่แล้วมันไม่เห็นเหมือนกับที่ไม่ใส่เลยว่ะอธิบายไม่ถูกว่ะมึงมาดูดิ"
อัตพูดอย่างงง
"ไหนทำไมฟ่ะ"
สิทธิ์ถามก่อนยื่นมือไปหยิบ
"มึงดูนะเห็นแก้วน้ำกูเปล่าพอใส่แว่นแล้วมันมองไม่เห็ยว่ะมันหายไป"
อัตบอกแบบประหลาดใจ
"จริงว่ะหมายความว่าไงฟ่ะงง"
สิทธิ์พูดก่อนหันหน้ามามองกันแบบงง
"กูว่าต้องรอพิสูจน์ ในความคิดกูว่ะ ไปร้านหนังสือกันไปแผงหนังสือพิมพ์"
อัตบอกอย่างมั่นใจในความคิด
"ไปทำไมฟ่ะงงว่ะ"
สิทธิ์พูด
"มึงตามมาเถอะ"
อัตบอก
....................................
.................................................
................................................................
ณ.แผงหนังสือ ในมหาลัย
"วันนี้วันที่เท่าไหร่ฟ่ะ"
อัตถามสิทธิ์
"15 ตุลาคม 2550"
สิทธิ์ตอบ
อัตหันไปที่แผงหนังสือก่อนที่จะใส่แว่นมองดูที่หนังสือพิมพ์ฉบับวันนี้แล้วก็ยิ้มแบบเชิงดีใจแล้วหันไปบอกกับสิทธิ์ว่า
"มึงจะได้เป็นพระเจ้าแล้วว่ะงานนี้"
พอพูดเสร็จก็ยื่นแว่นให้สิทธิ์ใส่ดู พอสิทธิ์ใสดูถึงกับกระโดดดีใจแล้วก็หันไปบอกกับอัตว่า
"มันเขียนว่าวันที่16ตุลาคม นี่หว้า อย่างนี้เราก็จะรวยแล้วอะ"
"มึงลองหาที่ว่าพรุ่งนี้หวยออกอะไรดิแล้วมึงจะได้เอาเงินหวยไปใช้หนี้บอล"
อัตบอก สิทธิ์ก็พยายามมองหาในแผงหนังสือจนเจอใบตรวจหวยที่วางทับกันอยู่ เห็นแต่เลขท้าน2ตัวมันเขียนว่า17 แต่รางวัลที่1โดนหนังสือทับไว้ สิทธิ์พยายามที่จะยกหนังสือขึ้นแต่มันเป็นไปไม่ได้เลยเพราะว่ามันเป็นคนละช่วงเวลากัน
"กูเห็นแต่เลขท้าย2ตัวว่ะ รางวัลที่1ไม่เห็นว่ะมันคนละเวลากันกูไม่สามารถหยิบมาได้ว่ะ"
สิทธิ์พูดด้วยความอารมณ์ดีใจ
"มันคนละเวลากันนี่เลยหยิบดูไม่ได้ ช่างมันเอา2ตัวท้ายไปซื้อหวยแล้วกันจะได้หมดหนี้สักทีแล้วค่อยว่ากันใหม่"
อัตพูดด้วยความหวังที่จะรวย
...............................................
......................................................................
......................................................................................
วันต่อมา ตอนบ่าย3โมง ณ.ห้องพักของสิทธิ์และอัต
"หวยมันจะออกแน่เหรอว่ะไอ้อัต"
สิทธิ์ถามด้วยความกระวนกระวายใจ
"ก็ถ้าแว่นอันนี้มองเห็นอนาคตได้จริงก็ต้องออกสิว่ะมึงก็เห็นกูก็เห็นนะ"
อัตบอกด้วยน้ำเสียงไม่มั่นใจเท่าไหร่
"งั้นก็ต้องลุ้นว่ะถ้าไม่ออกกูตายแน่เลยกูนัดเจ้าบอลจ่ายวันนี้ด้วย"
สิทธิ์พูดแบบน้ำเสียงสั่นๆหน่อย
พอหลังจากนั้นก็ไม่มีใครพูดอะไรอีกก็มีแต่เสียงวิทยุที่เปิดไว้อยู่กำลังไล่ออกรางวัลอยู่จนกระทั่งถึงรางวัลเลยท้าย2ตัว กำลังเริ่มมีคนหมุนวงล้อให้เลขตกลงมาเพื่อออกรางวัลนั้นอยู่
"มาแล้วสิทธิ์ ใกล้ออกแล้ว"
อัตเริ่มตื่นเต้นตามไป
ทั้งสองเข้าสู่ภาวะเงียบอีกครั้งเพื่อเงี่ยหูฟังรางวัลที่ออก เลขท้าย2ตัวประจำงวดวันที่16ตุลาคม2550เลยที่ออก 17
หลังจากที่ทั้งสองคนได้ฟังเสียงวิทยุบอดเลขเสร็จก็หันมามองหน้ากันแล้วกระโดดดีใจทั้ง2คนแล้วตะโกนกันไปมาว่าเราถูกหวยแล้ว ถูกหวยแล้ว
"มึงซื้อไปเท่าไหร่ไอ้สิทธิ์"
อัตถามด้วยน้ำเสียงแบบดีใจพูดไม่ได้ศัพท์
"กูซื้อไป500ว่ะ"
สิทธิ์ตอบ
"แล้วได้เท่าไหร่ว่ะ "
อัตถาม
"ก็500*บาทละ60ก็30000บาทว่ะหมดหนี้กูพอดี"
สิทธิ์ตอบด้วยน้ำเสียงดีใจ
"ไมมึงซื้อน้อยนะว่ะไม่กะเอากำไรเลยเหรอแต่ช่างมันเถอะถ้ามันยังมีแว่นอยู่อย่างนี้เรารวยได้แน่ๆๆว่ะ"
อัตพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่นึกไม่ฝันเลยว่ามันจะรวยได้เร็วถึงเพียงนี้พร้อมพูดต่อไปว่า
"กูมีแผนนะมึงฟังให้ดีนะเราต้องพยายามอย่าทำตัวเด่นโดยการเราจะเล่นบอลนะ แต่เราจะเล่นแบบมีได้บ้างเสียบ้างแต่โดยร่วมนั้นเราคือได้ แต่บางวันเราก็ต้องยอมเสียบ้างส่วนเรื่องหวยถ้าเป็นไปได้เราต้องไม่แทงว่ะถึงแทงก็ต้องให้ผิดส่วนใหญ่นานๆถูกทีหนึ่งแต่ไม่ต้องเยอะ"
อัตอธิบายแผนที่วางไว้
"ทำไมฟ่ะเราก็กินมันทุกวันเลยไม่ได้เหรอเรารู้อยู่ก่อนแล้วนี่"
สิทธิ์พูดอย่างงงกับแผนของอัต
"ถ้ามึงกินเค้าบ่อยไปนะมันจะกลายเป็นจุดเด่นนะแล้วมันจะต้องมีคนตามเราแล้วตัวเราก็จะต้องมีคนจ้องทำร้ายๆแน่ๆยิ่งหวยนะยิ่งมึงถูกทุกงวดนะคราวนี้มึงน่ากลัวจะโดนเจ้าลอบฆ่าว่ะ"
อัตบอก
"จริงอย่างที่มึงพูดว่ะ"
สิทธิ์พูด
"เราพยายามอย่าทำตัวเด่นเกินไปเลย"
อัตบอกย้ำอีกทีหนึ่ง
.............................
................................................
.........................................................................
หลายวันต่อมา ณ.ที่แผงหนังสือตรงมหาลัย
"กูคิดจะซื้อรถว่ะ มึงว่าเป็นไงว่ะ"
สิทธิ์พูด
"ก็ดีนะ แต่กูคิดจะเก็บเงินไว้เผื่อมีอะไรฉุกเฉินก่อนดีกว่า"
อัตบอก
"จะเก็บเงินไว้ทำไมฟ่ะเรามีแว่นนี่อยู่จะกลัวว่าไม่ได้เหรอไงว่ะ"
สิทธ์พูดแบบงง
"กูก็กันไว้ก่อนนะไม่รู้ว่าแว่นนี้จะช่วยเราได้เท่าไหร่กัน"
อัตบอก
"เรื่องของมึงเดี๋ยวกูจะดูก่อนว่าพรุ่งนี้จะเล่นไรดีฟ่ะบอลยิ่งเยอะๆอยู่"
สิทธิ์พูด
"แมนยูชนะ1-0เองว่ะแม่งต่อต้องลูกครึ่งอย่างนี้เราต้องรองนะจดไว้ด้วยอัตลิเวอร์พูดชนะ2-0ต่อลิเวอร์นะอาร์เซ่น่อลเสมอว่ะไม่รู้ว่าเท่าไหร่มิลานชนะ3-0อย่างนี้ต้องต่อและ..........................จบเรียบร้อยยังว่ะ"
สิทธิ์ถาม
"เรียบร้อยแล้วซื้ออะไรเค้าหน่อยนะเหมือนเดิม"
อัตบอก
ระหว่างที่เดินกลับหอพักนั้นสิทธิ์ก็เล่นกับแว่นโดยใส่แว่นถอดแว่นสลับกันไปมาเหมือนเรื่องสนุกแต่บังเอิญตรงสี่แยกนั้นสิทธิ์ได้เห็นตัวเองกับอัตในวันพรุ่งนี้กำลังจะเดินข้ามถนนอยู่นั้นได้มีรถฝ่าไฟแดงวิ่งเข้าชนสิทธิ์กับอัตเข้าอย่างจังจนกระเด็นไปไกลเกือบ10เมตรจนคอหักแตก สิทธิ์ถึงขั้นตกใจพร้อมพูดไม่เป็นภาษาออกมาจนอัตถามว่า
"มึงเห็นอะไรฟ่ะถึงตกใจอย่างนี้"
อัตถามสิทธิ์ด้วยความงงที่สิทธิ์เห็นอนาคตอะไรภายในแว่นตานั้น
"พรุ่ง..พรุ่งนี้#&*เราจะโดนรถชนตายที่สี่แยกนี้ว่ะ"
สิทธิ์พูดด้วยเสียงอันสั่นไหว
"อะไรนะมึงเอาแว่นมาให้กูด้วยสิ"
อัตพูดไปพร้อมยื่นมือของแว่นจากสิทธิ์
อัตได้แว่นมาก็สวมใส่พร้อมหันไปยังที่สิทธิ์เคยมองอยู่ตะกี้ก็ได้พบกับสภาพศพ2ศพนอนอยู่แน่นิ่งโดยที่ศพหนึ่งนั้นก็คือตัวของอัตเอง
"ซิบหายแล้ว พรุ่งนี้เราสองคนจะตายกันเหรอว่ะ"
อัตพูดด้วยอาการเสียงหลงขึ้นมา
สิทธิ์ไม่พูดอะไรแล้วก็เข่าอ่อนลงไปนั่งที่ริมพุตบาท อัตก็ได้แต่หันมองไปยังที่เกิดเหตุการณ์ตายของตัวเองในวันพรุ่งนี้ก่อนที่จะพูดขึ้นมาว่า
"สิทธิ์เรารู้ก่อนนะว่าพรุ่งนี้เราจะตายยังไง เราก็ต้องพยายามฝืนดวงดูนะพรุ่งนี้เราจะไม่ออกไปไหนอยู่แต่ในห้องแล้วพรุ่งนี้ผ่านไปได้เราก็คงไม่เป็นไรหรอก"
อัตพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่หวั่นอยู่บ้าง
"กูไม่รู้ว่า จะหนีได้เหรอ พรุ่งนี้กูจะตายแล้วจริงหรือ"
สิทธิ์ไม่ได้ฟังอัตเลยมัวแต่คิดถึงความตายนั้นอยู่
"มึงฟังกูนะพรุ่งนี้ไม่ต้องไปไหนกันเราจะอยู่แต่ในห้องถ้าผ่านพรุ่งนี้ไปได้เราก็จะรอดนะเพื่อน"
อัตพูดพร้อมที่ก้มลงไปเขย่าตัวสิทธิ์เพื่อให้สติกลับคืนมาสิทธิ์ก็ได้แต่พยักหน้าก่อนที่อัตจะพยุงตัวขึ้นมา
"งั้นเราไปซุบเปอร์กันก่อนไปซื้อของกินอะไรเตรียมไว้ก่อนสำหรับวันพรุ่งนี้เราจะไม่ไปไหนกันเด็ดขาด"
อัตพูดก่อนที่จะเดินไปยังห้างTop
.....................................
.....................................................
..............................................................................
วันต่อมา ณ.ห้องพักของอัตกับสิทธิ์
ทั้งสองคนนั้นตั้งแต่เมื่อคืนแล้วทั้งคู่ก็ยังไม่ได้นอนเลยมัวแต่คิดถึงอนาคตของวันนี้ว่าจะต้องตายจริงเหรอ จนกระทั่งบ่ายๆแก่แล้วทั้ง2คนก็ยังนั่งอยู่ด้วยอาการของคนหวาดกลัว จนกระทั่งทั้ง2ก็ได้กลิ่นเหมือนเหม็นไหม้อะไรแปลกๆมากระทบกับจมูก ก่อนที่ทั้งคู่จะคิดอะไรมากไปกว่านั้น ก็ได้ยินเสียงจากคนข้างนอกห้องตะโกนบอกว่าไฟไหม้บนชั้น5ดับไม่ไหวแล้วมันล่ามไปมากแล้วหนีเร็วๆเข้า
ด้วยความสับสนวุ่นวายในหอพักนั้นต่างคนต่างออกแล้ววิ่งหนีออกจากหอพัก แล้วเสียงหวอก็มาเพื่อดับเพลิง ควันก็เริ่มเข้ามายังห้องทั้ง2มากขึ้นทุกทีเหมือนกับว่าไฟนั้นมันใกล้มากขึ้นเรื่อยๆแล้ว
"สิทธิ์กูว่าหนีกันเถอะว่าอยู่ตรงนี้เราอาจจะต้องสำลักควันตายแน่ๆหรือไม่ก็ต้องโดนไฟคลอกตายว่ะ"
อัตพูดขึ้นมา
"ไม่หนีก็ตายหนีก็ตายสี่แยกที่เราจะโดนรถชนมันอยู่ตรงหอพักเราเองนะโว๊ย"
สิทธิ์บอก
"มันต้องเสี่ยงว่ะถ้ามึงไม่หนีตอนนี้ก็จะตายกันนะโว๊ย เราแค่หนีออกจากตึกแล้วพยายามอยู่ห่างไกลสี่แยกนั้นก็พอไงเพื่อน"
อัตพูดด้วยอารมณ์กลัวความตายจะเข้ามาเยือนทุกที
สิทธิ์ก็พยักหน้าพร้อมทั้งสองก็ได้วิ่งออกจากห้องวิ่งฝ่าควันไฟและไฟลงมายังข้างล่างของหอพัก พออกมาได้ทั้งคู่ก็หันไปมองหอพักก็ปรากฏว่าไฟนนั้นล่ามลงมายังชั้น4แล้วซึ่งเป็นชั้นที่ทั้ง2อยู่นั้นเองแล้วยังไม่มีท่าทีที่จะดับได้เลย แล้วทั้งคู่ยังใจไม่ดีก็รีบเดินออกจากที่เกิดเหตุทันทีเพื่อที่จะให้ออกจาสี่แยกที่ทั้งคู่จะโดนรถชน
แต่แล้วอยู่เหมือนมีใครบ้างคนบังคับร่างเอาไว้ทั้งคู่โดนบังคับให้เดินไปยังสี่แยกนั้น
"เกิดอะไรขึ้นว่ะอยู่มันเดินเอง"
สิทธิ์พูดด้วยอารมณ์ที่ตกใจสุดขีดพร้อมน้ำตาไหลออกมา
"กูก็เหมือนกันหรือว่าเราจะเดินไปยังสี่แยกว่ะเราจะตายยยยยยจริงเหรอนี่"
อัตพูดด้วยน้ำเสียงแย่ๆๆๆ
จนทั้งคู่หยุดเดินตรงถนนสี่แยกพอดี ถึงทั้งคู่พยายามที่จะเดินออกจากถนนก็ไม่สามารถขยับได้ทั้งคู่ก็ได้แต่ร้องไห้แล้วขอร้องชีวิตต่อพระเจ้า แล้วอยู่ๆๆๆๆก็มีรถฝ่าไฟแดงมาจากถนนฝั่งตรงข้ามกำลังวิ่งเข้ามาชนคนทั้ง2นั้นทั้งคู่หลับตาพยายามจะฝืนแต่ไม่ทันแล้ว..................
ตูม ชนไปอย่างจัง
ทั้งคู่ลงไปนั่งแล้วลืมตาขึ้นมากลับพบว่าเสียงที่ชนนั้นไม่ได้ชนทั้งคู่ไปแต่กลับมีรถเมล์จากอีกด้านหนึ่งนั้นขับมาชนรถที่จะชนทั้งสองเข้าอย่างจังจนทำให้รถนั้นพุ่งไปยังด้านขวาของทั้งสองคน
"เรารอดแล้วว่ะเพื่อนพระเจ้ายังเห็นใจเรา"
สิทธิ์พูด
"ขยับได้แล้วขอบคุณพระเจ้ามากที่ยังให้โอกาสเรา"
อัตบอก
ก่อนที่ทั้งคู่กอดกันดีใจที่รอดมาได้ ทั้งสองคนสามารถฝืนชะตาชีวิตตัวเองได้แล้วสามารถมีชีวิตอยู่ต่อไปแล้ว
....................................
......................................................
.............................................................................
3ปีต่อมา ณ.สวนสาธารณะแห่งหนึ่ง
"อัตไปเที่ยวยุโรปคราวนี้เป็นไงบ้างว่ะสนุกเปล่า"
สิทธิ์ถาม
"ก็ดีกว่าคราวที่แล้วว่ะ แล้วมึงเปลี่ยนรถอีกแล้วเหรอว่ะ ล่อเฟอรารี่เลยเหรอว่ะ"
อัตถาม
"คนมันมีเงินก็ต้องใช้ให้คุ้มสิว่ะ"
สิทธิ์บอก
"มึงนัดกูมาทำไมว่ะที่นี่"
อัตถาม
"กูคิดว่าจะเพิ่มพลังให้แว่นเราหน่อยว่ะให้มันสามารถมองผ่านสิ่งที่ไม่ต้องการได้อย่างเช่นหนังสือที่มันทำหนังสือพิมพ์ที่เราจะดูผลไงเพราะว่าถึงใส่แว่นก็ดูลำบากเหลือเกินและที่สำคัญเราใส่แว่นแล้วนี่ทำให้เห็นอนาคตแต่เวลาไม่แน่นอนว่ะระยะห่างไม่แน่นอนถ้าเราทำให้คงที่ได้อย่างเช่นเห็นอนาคตจากนี่24ชั่วโมงเราก็สามารถจะรู้ว่าจะทำอะไรมากกว่านี้"
สิทธิ์บอก
"มึงจะเพิ่มได้เหรอว่ะ กูว่าอย่าเสี่ยงเลยว่ะ น่ากลัวนะมึง"
อัตบอก
"ไม่เป็นไรหรอกไม่เชื่อในพลังกูเหรอ"
สิทธิ์บอก
"ก็เชื่อนะแต่อย่าเสี่ยงเลยว่ะลำบากหน่อยดีกว่าที่จะทำให้สบายแล้วถ้าพลาดพลังแว่นหมดไปเราจะซวยนะ"
อัตบอกด้วยน้ำเสียงไม่อยากจะให้สิทธิ์ไปทำอะไรเลยกับแว่น
"กูจะทำว่ะขี้เกียจต้องคอยมองแล้วไม่เห็นอีกแล้วว่ะไป เราไปหาที่เงียบในสวนสาธารณะทำพิธีกัน"
สิทธิ์พูด
..................................
................................................
................................................................
ณ.สวนสาธารณะ ที่มุมเงียบๆ ทั้งสองคนได้นั่งอยู่โดยที่สิทธิ์นั้นก็เอาแว่นมาวางลงบนหญ้าแล้วเอากระดาษหนังสือพิมพ์ที่พัดเป็นรูปหมวกวางครอบไปอีกทีส่วนอัตนั้นก็นั่งอยู่ข้างๆด้วยท่าทีไม่ค่อยชอบใจกับการกระทำนี้นัก แต่ไม่สามารถขัดสิทธิ์ได้ สิทธิ์ก็เริ่มท่องคาถาอีกครั้ง
"มาคิโย อาราเกติ มาริสัมโพ อาริกาติริโน่ ไฟเยอร์คัมมังสันริวัต ................."
สิทธิ์ท่องยาวไปเกือบ10กว่านาทีอยู่ๆก็มีลมแรงๆวูบมาหนึ่งครั้ง มันเหมือนกับการบอกให้รู้ว่าพิธีนั้นเสร็จแล้ว สิทธิ์ลืมตาขึ้นพร้อมบอกกับอัตว่าเสร็จแล้วว่ะ สิทธิ์ก็เปิดหมวกกระดาษที่ครอบแว่นออก ก็พบว่าแว่นนั้นมันหายไปแล้ว สิทธิ์ตกใจใหญ่เลยหันไปหาอัตบอกว่าแว่นหาไปไหนแล้ว แต่ก็พบกับความว่างเปล่า อัตไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว อัตมึงหายไปไหนว่ะ ไมกูไม่เห็นมึง สิทธิ์ลุกขึ้นยืนก็วิ่งออกตาหาอัต เดินหาไปพร้อมตะโกนเรียกชื่ออัตตลอดเวลา จนกระทั้งเดินออกมาจากสวนสาธารณะเพื่อที่จะเดินไปที่รถจะมาเอามือถือแต่ก็พบว่ารถหายไปแล้วก็ไม่รู้ว่าใครขโมยรถไป สิทธิ์ก็เริ่มท้อใจและร้องไห้ พร้อมมองไปยังถนนที่ว่างเปล่า แล้วสิทธิ์ก็เดินข้ามถนนเพื่อที่จะลองไปหาอัตที่รถของอัตจอดอยู่นั้นระหว่างที่เดินข้ามถนนอันว่างเปล่าไม่มีรถอยู่ๆตัวของสิทธิ์ก็ลอยขึ้นฟ้าแล้วลงมากระแทกพื้น เลือดไหลเต็มที่ สติเลอะเลือน ด้วยความไม่เข้าใจว่าอะไรชนสิทธิ์เพราะมองไม่เห็นอะไรเลย แล้วอยู่ตัวสิทธิ์ก็ลอยขึ้นเหมือนมีใครบางคนพยุงร่างนั้นอยู่ก่อนที่ความรู้สึกสุดท้ายของชีวิตได้หายไป
.........................................
........................................................
...............................................................................
ทางด้านอัต ระหว่างที่สิทธิ์เปิดหมวกกระดาษที่คลอบแว่นนั้น อัตได้เห็นแว่นนั้นยังอยู่ที่เดิมแต่กระจกแว่นนั้นร้าวมากเกินกว่าที่จะมองเห็นอะไรแล้วเพราะว่ามันร้าวไปหมดทั้งหมดเลย แต่อัตก็งงกับสิทธิ์ที่อยู่ก็บอกว่าแว่นหายไป แล้วหันมามองหน้าอัตแต่เหมือนว่ามองไม่เห็นอัต แล้วสิทธิ์ก็ลุกวิ่งขึ้นไปอัตก็วิ่งตามหาสิทธิ์ในสวนนั้น แต่ก็ไม่รู้ว่าสิทธิ์วิ่งไปไหน อัตนั้นวิ่งไปด้วยความมึนงงว่าทำไมสิทธิ์ถึงไม่เห็นตัวเองหรือว่าสิทธิ์บ้าไปแล้ว วิ่งมาถึงทางออกจากสวน อัตได้เห็นสิทธิ์กำลังเดินข้ามถนน อัตตะโกนบอกสิทธิ์ว่า ระวังสิทธิ์รถจะชนมึงแล้ว พูดยังไม่ทันขาดคำ ร่างของสิทธิ์ก็โดนชนเข้าอย่างจังและลอยมากระทบกะพื้นอย่างแรง อัตวิ่งเข้าไปหาสิทธิ์ พร้อมพยุงตัวสิทธิ์ น้ำตาไหลออกมาพร้อมบอกว่ามึงไม่เห็นรถเหรอว่ะ มึงออกไปให้รถชนมึงทำไมฟ่ะ พอพูดเสร็จพร้อมหันไปบอกพวกไทยมุงให้เรียกรถพยาบาลที แล้วหันมาหาสิทธิ์อีกครั้ง สิทธิ์ก็ได้แต่พูดว่า อะไรมาชนกูว่ะ ถนนมันก็โล่ง อะไรมาชนกู พอพูดเสร็จไม่เท่าไหร่ก็สิ้นใจตายไป
......................................
....................................................
................................................................................
ระหว่างงานศพของสิทธิ์ สิทธิ์ได้เอาแว่นวิเศษซึ่งตอนนี้ไม่สามารถเห็นอนาคตอะไรได้อีกแล้วเอามาวางไว้ในโลงศพของสิทธิ์ อัตคิดว่าพิธีในวันนั้นมันทำให้สิทธิ์ได้พลังวิเศษจากแว่นเพิ่มขึ้นแล้ว แต่พลังนั้นมันทำให้สิทธิ์ไม่จำเป็นต้องมีแว่นแล้ว ดวงตาของสิทธิ์เองนั้นแหละทำให้มองเห็นอนาคตได้ แต่ไม่สามารถมองเห็นปัจจุบันได้จึงไม่สามารถที่จะอยู่กับปัจจุบันได้เพราะว่ามองไม่เห็นปัจจุบันนั้นเองที่ทำให้สิทธิ์โดนรถชนโดยที่ไม่รู้ว่าโดนอะไรชน
...............................................................................................................................................
จบแล้วครับงงกันไหมนี่ ผมเอาเรื้องพลังวิเศษที่ผมคิดว่าทุกคนก็อยากจะมีนะ จะได้รวยกันอยู่อย่างสบายอะ แต่เพราะความโลภของมนุษย์ครับทำอะไรไม่เคยพออยู่แล้ว ผมคิดว่าการพนันไม่เคยที่จะทำให้ใครรวยอยู่แล้วครับ แต่ความโลภของมนุษย์นั้นร้ายแรงกว่าอะ เพราะว่ามันสามารถทำร้ายเพื่อนมนุษย์โดยทั้งตั้งใจและไม่ได้ตั้งใจด้วยครับ
รอบนี้ชื่อคนผมไม่มีความหมายนะครับ แบบว่าไม่ได้คิดไว้อะ คิดคร่าวๆว่า
สิทธิ์มาจากคำว่า อภิสิทธิ์
อัต มาจากคำว่า อัตตา
หวังว่าเพื่อนๆจะได้อ่านจบกันนะครับ เขียนยาวอีกรอบอะ 555+
edit @ 19 Oct 2007 15:42:05 by jeroma
คืนนี้เดี๋ยวมาอ่านค่ะ
#1 By tungmay on 2007-10-19 13:36