เสียงเคาะประตูดังขึ้น! พร้อมด้วยเสียงของแม่ตะโกนบอกว่า

"ตื่นได้แล้วเอก วันนี้มีเรียนเช้าไม่ใช่เหรอลูก"

พอรู้สึกตัวผมก็หันไปดูนาฬิกาบอกเวลาผมตี5.30

แล้วผมตะโกนบอกไปว่า

"ตื่นแล้ว"

ตัวผมเองยังนอนอยู่บนเตียงในใจยังคิดถึงเรื่องเมื่อวานอยู่ เมื่อวานก้อยแฟนผมเพิ่งบอกเลิกกับผม ผมไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงเลิกกับผม หรือเธอมีคนใหม่ หรือว่าเธอหมดรักในตัวผมแล้ว หรือ.......

ในใจผมยังคิดต่อไปเรื่อยๆๆแล้วก็วนกลับไปกลับมาจนผมไม่อยากจะตื่นมารับความจริงในเรื่องนี้เลย ผมอยากจะนอนต่อ แต่ผมจำเป็นต้องไปมหาลัยเพราะว่าวันนี้มีเทสต์ย่อย ผมจึงจำเป็นต้องสลัดคราบความเศร้าใจเพื่อที่จะลุกออกไปอาบน้ำแล้วไปมหาลัย

แม่เห็นผมเดินลงมาก็เห็นตาผมแดงเหมือนคนเคยร้องไห้มา

แม่ถามว่า

"เป็นไรลูกทำไมตาถึงเป็นอย่างนั้น"

ผมตอบไปว่า

"ไม่มีอะไรครับแม่ฝุ่นมันเข้าตาเยอะครับเลยร้องไห้ไม่หยุดเลย"

ผมรีบเดินออกจากบ้านก่อนที่แม่จะถามอะไรผมมากไปกว่านี้อีก

(ขอแค่ให้เป็นแค่ฝุ่นเท่านั้นนะ)

.............

...............

ระหว่างทางที่นั่งรถเมล์ ผมก็ยังคิดถึงเรื่องก้อยตลอดเวลา เห็นเส้นทางที่ผ่านมา ทางเส้นนี้เราไปกับก้อยเกือบทุกวัน แล้วร้านนี้ก็เคยเข้าไปกินกับก้อย ทุกเส้นทางที่รถเมล์สาย12ผ่านนั้น มันทำให้ใจผมจมปลักลงในห้วงคำนึงในสิ่งที่ไม่มีทางเป็นไปได้อีก ภาพตอนที่ก้อยบอกเลิกกับเรายังติดตามาตามหลอกหลอนมาตลอดเลย

ก้อยบอกเลิกกับผม บอกว่านิสัยเราแตกต่างกันมากเราคงไปด้วยกันไม่ได้ ในใจก็คิดคำนี้วนไปวนมาตลอดจนรู้สึกน้ำตาก็ไหลออกมาอีกครั้ง แต่ผมก็พยายามที่จะฝืนมันไว้ ความทรมานแบบนี้เมื่อไหร่จะหายฟ่ะ มันทรมานเหลือเกิน

.............................

...........................................

....................

บรรยากาศตอนเช้าในมหาลัยผม มันดูเงียบเหงาไปถนัดตาเมื่อไม่มีคนเดินอยู่ข้างๆผมอีกแล้ว ก่อนที่ผมจะคิดอะไรต่อไปนะก็มีเสียงเรียกผมจากข้างหลังทักมา

"เอกมาเช้าเช้าเป็นด้วยเหรอมึง"

ผมหันกลับหลังไปก็พบกับชัยเพื่อนสนิทของผม

"จำเป็นต้องมาว่ะวันนี้มีสอบย่อยว่ะ"

ชัยก็ถามต่อ

"อ้าวแล้วแฟนมึงไปไหนว่ะวันนี้ไม่ได้มาด้วยกันเหรอ"

ผมก็เงียบไปสักพักแล้วก็ตอบว่า

"เลิกกันแล้วว่ะเมื่อวานก้อยเพิ่งบอกเลิกกูเอง"

ชัยก็บอกว่า

"เอาน่ามึงจะไปเครียดทำไมว่ะมึงออกจะมีใครต้องหลายคนมึงก็เอากิ๊กมึงคนไหนก็ได้เลื่อนขั้นมาเป็นแฟนมึงไปเลยดิว่ะ"

ผมพูด

"กูรักก้อยจริงๆว่ะ นี่กูไม่สามารถเอาใครมาแทนที่เค้าเลยว่ะ แล้วเรื่องกิ๊กตอนนี้กูคงไม่มีอารมณ์ไปยุ่งกะใครเลย"

ชัยก็มองเห็นว่าผมจะร้องไห้ ก็เลยบอกว่า

"เอาน่า มึงก็อย่าคิดมากนะ ใจเย็นๆเพื่อน"

แล้วผมกับชัยก็เดินขึ้นไปในห้องที่เรียนเพื่อที่จะไปสอบย่อย ในภาคเรียนซัมเมอร์ ผมทำข้อสอบไม่ได้เลยเมื่อวานผมก็ไม่ได้อ่านหนังสือไรมาแล้วผมแค่มาเพื่อมีชื่อในการสอบเท่านั้นเอง ผมเป็นคนแรกที่ทำสอบย่อยเสร็จก่อน
ผมเดินออกจากห้องไปนั่งรอไอ้ชัยมันเพื่อจะไปกินข้าวกับมัน

ตอนนี้ตัวผมเองไม่สามารถที่จะอยู่คนเดียวได้ ผมอยากจะหาใครสักคนเพื่อที่จะอยู่เป็นเพื่อนผม จนชัยออกมาผมเลยชวนไปกินข้าวที่โรงอาหารของมหาลัย

..............................

........................................

.................................................

ผมกับชัยเดินเข้ามาในโรงอาหาร

ชัยก็สะกิดให้ผมหันไปมองที่มุมหนึ่งของโรงอาหาร ผมก็เห็นก้อยนั่งกินข้าวอยู่กับผู้ชายคนหนึ่งซึ่งผมไม่รู้จักว่าเป็นใครเลย ดูการแต่งตัวและบุคคลิกน่าจะเป็นคนที่ทำงานแล้วแน่ๆๆ

ผมนึกอยู่ในใจว่าไมผมต้องมาเห็นภาพนี้ด้วยฟ่ะ มันยิ่งตอกย้ำอารมณ์ผมเข้าไปอีกภาพในความทรงจำของผมก็ย้อนกลับไปในช่วงความทรงจำดีๆที่มีให้กับเธอแต่ตอนนี้ ผมก็ได้แค่ทำตัวเหมือนคนไม่รู้จัก พยายามจะไม่หันไปมองอีก แล้วชัยก็พูดขึ้นมาทำให้ผมกลับมาอยู่ในปัจจุบันอีกครั้ง

ชัยพูดว่า

"ไปนั่งตรงนู่นดีกว่ามึงจะได้ไม่ต้องเห็นภาพบาดตาว่ะ"

ผมก็เอ่อออด้วย แต่ระหว่างเดินไปนั่งแล้วไปซื้อข้าวกินนั้นถึงผมห้ามใจจะไม่ไปมองก้อยเท่าไหร่ แต่ในใจลึกก็ยังอยากจะเจออยากจะคุยเหมือนก่อนทำให้ผมก็หันไปมองเธอเรื่อยๆ แล้วความบังเอิญก็เกิดขึ้นผมบังเอิญไปสบตากับก้อยเข้า ก้อยเค้าก็ยิ้มทักให้ ผมก็ได้แต่หลบสายตาก้อย แล้วรีบเดินกลับไปนั่งกินข้าว ซึ่งตอนนี้ชัยเพื่อนผมก็ยังซื้อข้าวไม่เสร็จมันเลยทำให้ผมนั่งอยู่คนเดียวในตอนนี้ ผมอยากให้ชัยมานั่งเป็นเพื่อนผมเร็วๆอยากจะมีใครสักคนมานั่งคุยกับผมเพื่อให้ลืมเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดถึงจะเป็นแค่ชั่วคราวก็ยังดี

........................

...................................

......................................

ผมก็นั่งรอได้สักพักหนึ่งผมก็หันไปหาชัยที่ร้านที่มันรอซื้อข้าวอยู่นั้น ผมไม่เห็นชัยแล้วผมเลยกวาดสายตาหาเพื่อนผมก็ไม่เห็นเจอ ผมกำลังงงอยู่ว่าชัยหายไปไหนนั้น ก็มีเสียงทักผมดังขึ้นจากข้างหลังซึ่งเป็นเสียงที่ผมคุ้นเคยว่า

"หวัดดี เอก"

ผมหันกลับไปมองก็เจอกับก้อยที่มาทักผม

"..................."

เธอบอกว่า"ขอนั่งด้วยนะ"

ผมก็"..................."

เธอถามผมว่า"เป็นอย่างไรบ้าง"

ในใจผมตอนนั้นอยากจะร้องไห้มาก เพราะว่าเธออยู่ใกล้ขนาดเอื้อมกันถึงแต่ผมไม่สามารถที่จะกลับไปแบบเดิมได้อีกแล้ว ผมต้องทำให้เธอเห็นว่าผมสามารถอยู่ได้แม้จะไม่มีเธออยู่ ผมเลยบอกไปว่า

"เธอจะมายุ่งอะไรกับชีวิตผมอีกล่ะเราเลิกกันแล้วไม่ใช่เหรอ"

เธอก็ถามผมแบบเจาะจงไปอีกว่า

"เมื่อคืนมีความรู้สึกอย่างไรบ้างล่ะทรมานมากไหม"

ผมงงในคำถามเธอทำไมเธอช่างใจร้ายกับความรู้สึกผมเช่นนี้ เธอต้องการอะไรจากผมนี่ อยากจะมาแก้แค้นผมหรือว่าจะมาเย้ยผมกันแน่ผมไม่เข้าใจอะไรสักนิดเลย แล้วชัยมันหายไปไหนฟ่ะไม่อยู่ช่วยกูก่อน แล้วน้ำตาผมก็เริ่มไหลออกมานิดๆๆ ก่อนจะพูดไปว่า

"เธอต้องการอะไรกันแน่นี่ถึงมาถามแบบนี้อะ ถ้าอยากรู้นะใช่ผมทรมานมากไม่เคยนิดถึงเลยว่าเราจะเลิกกัน ที่เราเลิกกันเพราะผู้ชายคนนั้นใช่ไหม"

เธอยิ้มให้ผมแล้วเธอก็ไม่ตอบอะไรเกี่ยวกับผู้ชายคนนั้น แต่เธอพูดว่า

"ก้อยก็เคยทรมานแบบนี้นะเอก เวลาที่รู้ว่าเอกมีกิ๊กแล้วเวลาที่เอกไปไหนกับกิ๊กนะ ก้อยทรมานมาก ร้องไห้ทุกครั้งที่ก้อยรู้นะ"

ผมเลยสวนไป

"นี่ก็เลยมาถากถางเอกแบบนี้ใช่ไหมล่ะ อยากจะเอาคืนเอกที่เอกทำกับก้อยแบบนี้ใช่ไหม"

ก้อยบอกว่า

"ก็อยากให้เอก เข้าใจก้อยบ้าง เข้าใจความรู้สึกก้อยบ้าง คราวหน้าเอกจะได้ไม่ทำร้ายก้อยอีกไง"

ผมงงขึ้นมา เลยถามย้ำไปว่า

"คราวหน้า!!"

ก้อยก็พยักหน้าพร้อมบอกว่า

"ใช่คราวหน้าไง"

ผมเลยถามต่อไปว่า

"หมายความว่าไงล่ะก้อย"

ก้อยก็ยิ้มเล็กน้อยแล้วหัวเราะออกมาเบาๆแล้วบอกว่า

"เรา2คนยังไม่ได้เลิกกันสักหน่อย จำได้ไหมเมื่อวานวันอะไร"

ผมก็นึกเล็กน้อยแล้วก็ยิ้มออกแล้วบอกกลับไปว่า

"วันที่1 เมษายน วันแห่งการโกหก!!!"

ก้อยก็พยักหน้าให้แล้วบอกว่า

"นี่เอกก็รู้แล้วนะว่าก้อยรู้สึกอย่างไงกับเอก แล้วเอกอยากทำให้ก้อยเสียใจอีกนะ บางทีก้อยอาจจะไม่อยู่ตรงนั้นแล้วก็ได้"

ผมได้แต่อิ้งๆๆไปแล้วพูดว่า

"ก้อยเล่นมุขนี้เลยเหรอเล่นกันแรงนะ"

ก้อยบอกว่า

"ก็ช่วยไม่ได้อะเอกเจ้าชู้ก่อนทำไมแหละ"

ผมเลยถามต่อไปว่า

"อ้าวแล้วผู้ชายคนที่นั้นกับก้อยนั้นอะใคร"

ก้อยบอกว่า

"จำไม่ได้เหรอนั้นพี่น้อยไง ลูกพี่ลูกน้องก้อยเอง วันนี้เค้าแวะมาทำธุระแถวมหาลัยเราเลยโทรมาชวนก้อยมานั่งกินข้าวเป็นเพื่อนอะ"

ผมก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาทันทีแล้ว

ชัยก็เดินมาสะกิดผมข้างหลังแล้วพูดว่า

"ไงเคลียร์กันแล้วใช่ไหมเพื่อน"

ผมไม่อยากเสียฟอร์มต่อหน้าชัยว่าผมถูกหลอกหรอกผมเลยบอกว่า

"เคลียร์กันแล้ว รู้เรื่องแล้ว"

ก้อยก็บอกกับชัยว่า

"ขอบคุณนะพี่ชัยที่ช่วยก้อยคิดแผนนี้ขึ้นมา"

ผมเลยรู้แล้วว่ามีการร่วมมือกันมิน่าตอนซื้อข้าวไอ้ชัยมันหายหัวไปนานเหลือเกินผมเลยบอกว่า

"ไอ้เพื่อนทรยศไม่ช่วยเพื่อนตัวเองนะ"

ทุกคนต่างหัวเราะกันแล้วความเครียดของผมก็หายหมดมีความโล่งใจและดีใจเข้ามาแทนทีพร้อมทั้งมีความอายนิดๆเข้ามาหน่อยๆ

...........................................................................................................

เรื่องนี้ผมแต่งขึ้นมาครับ ไม่รู้ว่าจะดีหรือเปล่าอะ แต่แต่งขึ้นเพื่อบอกให้รู้ว่าบางทีแล้วเราคิดว่ายังไงเดี๋ยวเค้าก็ต้องมาง้อเรา เดี๋ยวเค้าก็ต้องกลับมาหาเรา นี่เค้าคือตัวจริงของเรา

บางทีการคาดการว่าเค้าจะเป็นอย่างโน่นอย่างนี้ หรือคิดว่าไม่มีทางเลิกอยู่แล้วเพราะว่าเค้ารักเรามากกว่า เราจึงสามารถไปหาคนอื่นคนไหนก็ได้แล้วเธอคือตัวจริง แล้วอยู๔ๆตัวจริงมันคิดได้อะครับ มันคงไม่สามารถย้อนกลับมาอีกแล้วนะครับ

ผมอยากจะบอกว่าชีวิตคู่นะบางทีก็ต้องดูแลหัวใจกันหน่อยอะมันไม่มีของตายให้ใครหรอกนะครับ ถ้าไม่ดูแลแล้วบางทีสิ่งที่สูญเสียมันคงไม่สามารถย้อนกลับมาเหมือนเรื่องสั้นเรื่องนี้นะครับ

Google


edit @ 2007/09/01 13:34:49

Comment

Comment:

Tweet

Thanks for the article. I read the above post.

#7 By Chicgraphic on 2012-03-30 17:40

ใช่ เรื่องของนายมันยาว และถึงแม้ว่าเราจะอ่านเรื่องของนายไม่จบ แต่เราก็เข้าใจนายนะ

#6 By แนน ณ บ้านเพ (125.27.100.21) on 2010-09-21 14:27

the red คงไม่โชคดีอย่างนี้ทุกคู่ไป ขอแสดงความเสียใจกับทุกคู่ที่เลิกลา ด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่องครับ

#5 By (203.113.81.138) on 2007-09-03 16:36

เอ่อ...นะคะ....
ในเรื่องของความรักมันยากจะคาดการณ์จริงๆน่ะแหละในบางครั้งที่เราคิดว่าเราพยายามดูแลคนคนนั้นให้ดีที่สุดแล้วนะ..ใส่ใจในทุกๆอย่างแต่ไม่ได้ก้าวก่ายนะ
อยากทำอะไรทำไป..แต่ถ้ารู้สึกไม่ดีเมื่อไหร่เราก็ทำให้เขารู้สึกดีขึ้นมาได้..ไม่ว่าจะด้วยอะไรก็ตาม..ในบางครั้งความรักมันกลับทำให้คิดว่า..รักไปเพื่ออะไรง่ะ..เจ็บชะมัด..บางครั้งเจ็บจนหายใจไม่ออก..ไม่ได้เป็นแฟนกันนะคะแค่คิดว่าเรารักกัน..แค่..ฉันรักเธอ..ประมาณนั้น
แต่ที่สุดเมื่อมันถึงที่สุดแล้วมันรู้สึกว่าห่วงใยเธอไปก็เท่านั้นความรักที่ให้ไปก็หดหาย..มีแต่น้ำใจที่เอาไปรดทราย..แล้วเป็นไงล่ะกำไรที่ได้กลับกลายเป็นความหมางเมิน

เวลาที่โดนใครสักคนที่เราให้ความห่วงใย..ให้ใจไปทำหมางเมินใส่จะรู้สึกยังไงกัน

..เจ็บปวดไหม..????เจ็บปวดมากค่ะ...
แง่มุมของความรักและการแสดงออกของคนเรามันต่างกัน..
เหตุผลของการเลิกราก็ย่อมต่างกันที่สุดแล้ว เมื่อคนมันไม่ใช่ยังไงก็ไม่ใช่

พร่ามบ่นซะยาวเหยียดเลย แฮะๆ

#4 By NuRsEKinGDoM on 2007-09-02 12:50

อ่านแล้วได้อรรถรสมากกกกกกกกก ไม่ได้โกหกนะเนี่ย เพราะวันนี้ไม่ใช่วันที่ 1 เมษา .... หลายคนคงสมน้ำหน้านายเอก ที่โดนแฟนดัดนิสัยอ่ะ .... เราก็เคยโดนน้องสาวเล่นมุขวันที่ 1 เมษา แบบว่า หลอกว่า มีแมวมองมาติดต่อให้เป็นนางแบบอ่ะ เราก็เชื่อ จนเล่าให้แม่ ให้ญาติๆฟังหลายคน จนพอน้องเฉลย เราต้องตามกลับไปแก้ข่าวให้อีกต่างหาก อิอิ

#3 By สหาย (125.24.6.119) on 2007-09-01 22:08

ฝ่ายหญิงเล่นแรงจังนะนั่น...ถ้าเอกมันเจ้าชู้จะเป็นไงหว่า เป็นประเภทเลิกแล้วก็เลิกเลย ช่างหัวมัน ก้อยจะเกิดไรขึ้น....


ไม่สิ่งใดแน่นอนบางอย่างอาจเป็นกระสุนแต่บางอย่างอาจเป็นบูมเมอแรง ขึ้นอยู่กับเวลาอ่ะนะ

#2 By Crozzax on 2007-09-01 19:06

เรื่องของคุณยาวนิดหน่อย ผมอ่านไม่จบหรอก แต่มาอ่านเอาตอนสุดท้ายอีกที ผมอยากให้แฟนผมอ่านจัง เพราะเธอเลิกกับผมไปแล้ว เหตุเพราะเธอเห็นผมเป็นของตาย ไม่สนใจอะไรเลย ผมดีกับเธอมากๆๆ แต่เธอก็เหมือนเห็นผมเป็นแค่สัตว์เลี้ยง จะทำยังไงก็ได้ ไม่แค่ร์ความรู้สึก จนผมเสียใจน้อยใจ ไปคุยกะคนอื่นบ้างแค่เนี้ย แทนที่เธอจะสำนึกได้ก็เปล่า ก็เลยประชดไปหาคนอื่นมาคุยบ้าง (ผมคุยกะคนอื่นผมบอกเธอแต่เธอคุยกะคนอื่นเธอไม่บอกผมเลย) ด้วยความเชื่อใจและไว้ใจผมก็เลยไม่ได้สงสัยอะไรในแฟนผม แม้จะรู้สึกว่ามันไม่เหมือนเดิมแล้ว ถามกี่ครั้งก็บอกว่าเหมือนเดิมๆตลอด จนในที่สุด ความจริงอะไรปรากฎคุณรู้ไหม.. เธอท้องกับไอ้ผู้ชายนั่น และไอ้นั่นก็ไม่รู้ด้วยว่าเธอมีแฟนแล้ว คือเธอปิดบังโกหกทุกคนเลย เลวสิ้นดี นี่หรือคนที่ผมรักแทบตาย จนตอนนี้ คนที่ผมรักก็ได้เป็นเมียและแม่ของลูกคนอื่นไปแล้ว เรื่องผมกับเธอจึงจบลง... และจนตอนนี้ ไอ้ผู้ชายนั่นและพ่อแม่ของเธอ ก็ยังไม่รู้ว่าผม คือแฟนของเธอที่คบกันมาเกือบ 3 ปี.. นี่คือเรื่องจริงที่อยากบอกไว้ ใครที่เห็นแฟนเป็นสัตว์เลี้ยง กรุณาเห็นคุณค่ากันบ้าง และอย่าลืมความมีจิตสำนึกของคนรักกัน ขอบคุณที่อ่าน

#1 By nutartworks on 2007-09-01 18:44