ความแตกต่าง
posted on 27 Aug 2007 22:34 by gelukkig in storyณ.หมู่บ้านแห่งหนึ่ง เด็กผู้ชายกำลังมองหาเด็กผู้หญิงคนหนึ่งในหมู่บ้านแห่งนี้ จนเขาได้เจอเธอในยามเช้าตอนที่เธอเดินไปโรงเรียนประจำหมู่บ้านกับเพื่อนของเธอ พอเด็กผู้ชายเจอเธอแล้ว เค้าก็คอยมองเธออยู่ห่างๆ เฝ้าดูเธออยู่อย่างตลอดเวลา จนบางครั้งเธอก็รู้สึกเหมือนว่ามีใครมองเธออยู่
หลายวันผ่านมา เธอเริ่มรู้สึกตัวเห็นเด็กผู้ชายคนนั้นมองเธออยู่ในหลายๆที่ที่เธอไป เธอเริ่มสังเกตุได้ เธอมองไปยังเด็กผู้ชายคนนั้นพร้อมรู้สึกถึงความแปลกใจว่าคนนั้นคือใคร หรือว่าเป็นนักเรียนใหม่ของโรงเรียนชนบทแห่งนี้ เพราะว่าเธอไม่เคยเจอเค้าคนนี้เลย รูปร่างหน้าตาของเด็กผู้ชายคนนี้ช่างงดงามเหลือเกิน ผิวขาวผ่อง จนดูเหมือนผิวของคนต่างชาติ สายตาที่ดูคมดูเหมือนสายตาของคนที่เย็นชา ผมสีทอง เธอก็ได้แต่แปลกใจ แต่ก็ไม่ได้เข้าไปทักเด็กผู้ชายคนนั้น เวลาที่บังเอิญสบสายตากัน เธอก็แค่หลบสายตาไปเท่านั้น เพราะว่าท่าทางของเด็กผู้ชายคนนี้ดูไม่มีท่าทีจะทำร้ายเธอเลยได้แต่มองด้วยสายตาที่สงสัย
เย็นวันหนึ่ง ระหว่างทางที่เธอเดินกลับบ้าน เธอได้บังเอิญไปเห็นสวนดอกไม้ที่วันนั้นที่สวนดอกไม้นี้กำลังผลิดอกออกมา จนดูเหมือนทุ่งนี้กลายเป็นสีเหลืองไปหมด เธอรู้สึกดีใจมากๆเธอเลยเดินเข้าไปในสวนนี้พร้อมทั้งนั่งมองดอกไม้เหล่านั้นที่กำลังผลิบาน ระหว่างที่เธอนั่งมองดอกไม้เพลินๆอยู่นั้นก็ได้มีเสียงใครบางคนพูดขึ้นมาว่า "เธอชอบสวนดอกไม้นี้เหรอ" เธอเลยหันหลังกลับไปดูก็ได้พบกับเด็กผู้ชายคนนั้นที่ชอบมองเธออยู่ตลอดเวลา เธอยิ้มทักให้แล้วบอกว่า "ชอบมากที่สุดเลยทุกปีก็จะมานั่งดูดอกไม้ที่สวนนี้ทุกเย็นระหว่างกลับบ้านตลอด มันทำให้รู้สึกถึงความสุขสบาย สบายใจกับปัญหาต่างๆ "
เด็กผู้ชายพูด ขอนั่งดูความงดงามของโลกใบนี้ด้วยได้ไหม
เด็กผู้หญิง พูด ได้ซิความงามในโลกใบนี้ไม่มีใครเป็นเจ้าของอยู่แล้วมีแต่เป็นของเราทุกคน
เด็กผู้ชายยิ้มแก้มหัวเราะเบาๆแล้วลงนั่ง
เด็กผู้หญิงพูดเธอเป็นนักเรียนใหม่เหรอ เพราะว่าฉันไม่รู้จักเธอเลย
เด็กผู้ชาย พูด ก็ไม่เชิงนักหรอก แค่มาอยู่ชั่วคราวเท่านั้น
เด็กผู้หญิงทำหน้าแปลกใจ แต่ไม่ได้พูดอะไรต่อ..........
พอสักพักต่อไป
เด็กผู้ชายก็พูด บ้านเธออยู่แถวไหน
เด็กผู้หญิงบอกว่าเดินไปทางนั้นสัก15นาทีก็จะถึงบ้านแล้ว
เด็กผู้ชายพูด แล้วชีวิตเธอมีความสุขไหม
เด็กผู้หญิงก็แปลกใจในคำถามนี้ แต่ก็ตอบไปว่า ก็มีความสุขเป็นบางช่วงนะแต่ภาระหน้าที่ที่ต้องดูแลน้องแทนพ่อกะแม่ และต้องตื่นแต่เช้ามาช่วยพ่อแม่ทำงาน มันก็หนักพอตัวนะ แต่ต้องทำ
เด็กผู้ชายยิ้มให้แล้วบอกไปว่า งั้นก็ไม่มีความสุขล่ะซิเพราะภาระหน้าที่มันเยอะจนไม่มีความสุข
เด็กผู้หญิงพูด แต่ถึงจะมีภาระหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบในฐานะคนโตเยอะนะ แต่เราว่าเรามีความสุขนะ อยู่โรงเรียนเราก็มีเพื่อน ได้ท่องเที่ยวภายในป่า ได้ไปเล่นน้ำตกในช่วงว่างๆ ได้ไปปลูกสวนผลไม้กับพ่อ ได้ทำกับข้าวกับแม่ ทุกสิ่งที่เราเรียนรู้มันก็คือความสนุกสนานในชีวิตนะ เราว่าเรามีความสุขมากๆเลยที่เดียว เราชอบธรรมชาตินะ มันให้ความสดชื่นดี และเราไม่ชอบความโหดร้ายของมนุษย์นะที่จะต้องฆ่าฟันกัน ยิ่งเมื่อวานได้เรียนเรื่องสงครามโลกแล้วมันทำให้ฉันหดหู่มากๆๆ
เด็กผู้หญิงพูดต่อไปว่า แล้วเธอล่ะ
เด็กผู้ชายพูดว่า ก็ไม่มีอะไรวิเศษไปกว่าเธอหรอก แล้วรีบพูดตัดบทว่าเรากลับกันเถอะ ใกล้จะมืดแล้ว
ทั้งสองต่างลุกขึ้นแล้วแยกย้ายกันกลับไป
ในตอนเย็น หลังเลิกเรียนในทุกวัน ทั้งเขาและเธอก็เจอกันเกือบทุกวัน ไปเล่นด้วยกันพูดคุยกัน สนิทกัน เหมือนเป็นเพื่อนที่สนิทกัน แต่ในบางครั้งเธอก็รู้สึกกลัวในบางอย่างที่เด็กผู้ชายพูด เพราะว่าบางทีแล้วเหมือนกับเด็กผู้ชายเดาใจเธออกอย่างนั้นแหละ แต่ก็ยังเชื่อใจในตัวเขาอยู่ดี
จนวันหนึ่งหลังเลิกเรียน เด็กผู้ชายได้ชวนเธอไปที่ภูเขาลูกหนึ่งในวันหยุด บอกว่าบนภูเขานั้นมีดอกไม้หลากหลายสีมากอยู่ที่นั้น เธอเห็นต้องชอบแน่ เด็กผู้หญิงด้วยความอยากเห็นและความเชื่อใจเธอก็ไม่ได้ปฏิเสธเด็กผู้ชายคนนั้น และก็เฝ้ารอให้วันพรุ่งนี้ของวันนี้มาถึง
ตอนบ่าย ณ.เขาลูกนั้น เด็กผู้ชายและเด็กผู้หญิงก็ได้มาถึงบนยอดเขา และได้พบเจอสวนดอกไม้ที่ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อนเท่าที่เด็กผู้หญิงเคยพบเจอ เป็นสวนดอกไม้ที่มีดอกไม้น่าๆๆชนิดและหลากหลายสีสัน ดูเหมือนว่าสวนดอกไม้อันกว้างใหญ่ในภูเขาลูกนี้มีสีสันของโลกใบนี้อยู่ครบทุกสี เด็กผู้หญิงก็ได้วิ่งเข้าไปในสวนดอกไม้นั้นพร้อมดึงมือเด็กผู้ชายให้วิ่งตามไปด้วย วิ่งไปอย่างสนุกสนาน เหมือนกับว่าเวลาในโลกนี้ได้หยุดไว้ตรงนี้ ไม่สามารถมีใครเข้ามาอยู่ในโลกของ2คนนี้ได้อีก
ณ.เวลาเดียวกัน ในเมืองศิวิไลซ์ สาวอายุประมาณ40กว่า กำลังถือปืนลูกซอง จี้รถบัสรับส่งนักเรียนประถมอยู่ โดยที่มีรถตำรวจล้อมรถบัสคันั้นไว้ ในรถบัสนั้นมีนักเรียนที่เป็นตัวประกันอยู่ 10คนพร้อมทั้งมีครที่ดูแลรถบัสอีก1คน ส่วนคนขับโดนยิงบาดเจ็บสาหัสอยู่ข้างหน้ารถ
ทางตำรวจได้ใช้โทรโข่ง ถามว่าคนร้ายต้องการอะไร แต่สาวที่เป็นคนร้ายไม่ตอบ ยิงปืนขึ้นฟ้าหนึ่งนัด แล้วเริ่มที่ระดมยิง ตัวประกัน ที่ละคน ที่ละคน ทางตำรวจเลยรีบบุกเข้าไปที่รถบัส พร้อมยิงปืนใส่ผู้ร้ายสาวจนนอนแน่นิ่ง......................
เด็กผู้หญิงจับมือเด็กผู้ชายได้วิ่งไปในสวนดอกไม้อันงดงาม อยู่ๆเธอก็ล้มลง อยู่กลางสวนดอกไม้บนร่างกายเริ่มมีเลือดไหล ออกมา เด็กผู้ชายได้กอดร่างเธอไว้
เด็กผู้หญิงพูดว่า ทำไมตัวเธอจึงรู้สึกเจ็บจัง
เด็กผู้ชายพูด ไม่เป็นไรหรอกทันอีกหน่อยเดี๋ยวก็หายทรมาน
เด็กผู้หญิง พูด ทำไมเหมือนเธอรู้สึกเห็นอะไรแว๊บในสมองเธอว่า เธอไม่ได้อยู่ตรงนี้แต่รู้สึกเหมือนว่าเธออยู่ในที่คนเยอะกว่านี้
เด็กผู้ชายพูด อย่าไปคิดถึงมันเธออยู่นี่แหละดีแล้ว ฉันจะเป็นเพื่อนอยู่กับเธอตลอดไป เธออยู่ที่นี่มีความสุขกว่านะ แค่มีความสุขก็พอแล้ว
เด็กผู้หญิง ไม่ได้พูดอะไรอีกได้แต่ยิ้มอันที่ไว้เนื้อเชื่อใจในคำพูดของเด็กผู้ชายแล้วก็ได้ตายจากไป
เด็กผู้ชายได้แต่น้ำตาไหลแล้วค่อยๆลอยจากพื้น ค่อยๆลอยขึ้นไป จนออกมาจากร่างคนร้ายสาว ลอยออกจากรถบัส ระหว่างนั้นก็ได้ยินเสียงที่อยู่ในเหตุการณ์คนร้ายยิงเด็กนักเรียน พูดว่า มันต้องเป็นโรคจิตแน่ๆเลย อีกเสียงหนึ่งมาจากอีกฝั่ง สังคมเป็นอะไรกันหมดถึงปล่อยคนโรคจิตมาเดินอยู่กับคนปกติดูน่ากลัวจัง อีกคนพูด พวกมันเกิดมาด้วยอะไรว่ะถึงได้โหดร้ายถึงเพียงนี้ แล้วก็มีเสียงด่าทออีกนับไม่ถ้วนเกินกว่าเด็กผู้ชายจะรับฟังไว้..............................
ในใจของเด็กผู้ชายคิด ทำไมคนที่มีอดีตและความทรงจำอันแสนมีความสุขเช่นนี้ โตขึ้นถึงได้ทำอะไรที่น่ากลัวเช่นนี้ มันเป็นเพราะสังคมของมนุษย์ที่บีบบังคับ หรือว่ามันเป็นเพราะจิตใจมนุษย์ที่ยากจะหยั่งถึงกันแน่ ยิ่งดูมนุษย์มากขึ้นเท่าไหร่ยิ่งไม่เข้าใจมนุษย์มากขึ้นทุกที จำเป็นต้องดูพฤติกรรมต่อไป
ระหว่างที่คิดนั้นเด็กผู้ชายได้เปลี่ยนร่างเป็นยมทูตน้อย แล้วได้ดึงวิญญาณของเด็กผู้หญิงพาไปนรกแล้ว............
_____________________________________________________________
เรื่องที่ผมแต่งมานี้ผมได้แรงบันดาลใจมาจากคนหนึ่งนะครับ
บังเอิญตอนนี้พ่อของเธอเค้าเป็นเบาหวานอาการค่อนข้างหนัก แล้วผมได้คุยกับเธอเรื่องพ่อของเธอครับ ก็คุยกะจิปาถะครับ แล้วเธอก็พูดมาประโยคหนึ่งบอกว่าอาจารย์ของเธอเป็นคนพูดนะครับ บอกว่าทุกปัญหาที่เกิดขึ้นในชีวิต มันจะทำให้แกร่งขึ้น ซึ่งพอเธอพูดมาผมซึ่งมีความคิดที่ค่อนข้างแย้งกับคำพูดนี้อะครับ เลยบอกความคิดผมไปว่า ทุกปัญหาที่เกิดขึ้น มันจะทำให้คนเกิดการเปลี่ยนแปลง แต่จะเปลี่ยนแปลงไปในทางไหนเท่านั้นครับ
ผมก็เลยคิดดูว่าน่าจะลองแต่งเรื่องสั้นแบบนี้ดูครับ อย่างเด็กผู้หญิงคนนี้ ชีวิตในวัยเรียนนั้นมีความสุขมากๆๆๆ แต่พอโตขึ้นไปเจอปัญหามานับประการทำให้อารมณ์เธอจิตใจเธอความคิดเธอเปลี่ยนไป มองผู้คนกลายเป็นผักปลาไปครับเหมือนคนที่เป็นโรคประสาทอ่อนครับ
อิอิผมจำเป็นต้องแต่งแนวนี้นะเพราะว่าถ้าแต่งในแนวที่เปลี่ยนไปในทางที่ดีมันจะกลายเป็นเรื่องสั้นที่ไม่สามารถดึงดูดอะไรได้ครับ แล้วผมก็รู้ว่าเธอคงไม่เปลี่ยนไปในทางที่ไม่ดีด้วยอะครับ
แล้วผมอยากขอให้พ่อของเธอที่เป็นเบาหวานหายไวๆนะครับ และขอให้ปัญหาที่เป็นอุปสรรคสำหรับเธอขอให้หายให้หมดไวๆนะครับ ผมของสงวนชื่อเธอคนนี้ไว้นะครับเพราะว่าผมยังไม่ได้ขออนุญาติเอาชื่อเธอมาแปะครับ
edit @ 2007/08/28 06:59:20

ปัญหาทำให้แกร่งขึ้น หรือ ปัญหาทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลง... เราเห็นด้วยกับสหายนะ เพราะ ถ้าคนนั้นไม่สามารถผ่านปัญหานั้นได้ ปัญหาก็คงไม่ได้ทำให้แกร่งขึ้น แต่อาจทำให้ล้มเหลวไปเลยก็ได้นะ..
ขอให้สมหวังนะ สหาย ...สมหวังที่ขอให้พ่อของเธอคนนั้นหายไวๆ นะ...อิอิ คิดไรอยู่ป่าว....
#1 By สหาย (125.24.31.125) on 2007-08-27 23:25