สวัสดีให้กับปัจจุบันที่เริ่มมองตัวตนของตัวเองอีกครั้ง คนเราสมควรที่จะอยู่กับปัจจุบัน มันอาจจะเป็นคำพูดที่ฟังแล้วค่อนข้างดีเลยทีเดียวครับ แต่ในชีวิตจริงคนเรานั้นไม่เคยได้อยู่กับปัจจุบันเลย ผมเคยอ่านหนังสือเล่มหนึ่งครับ จำไม่ได้ว่าอะไรนะ แต่เค้าบอกว่ามนุษย์นั้นไม่สามารถจะอยู่กับปัจจุบันได้เลยเพราะว่า แม้จะช่วงไม่ถึงวินาทีเราก็ยังมองไปอนาคตนั้นอยู่เลย อย่างเช่น เวลาเราหิวน้ำเราไปกินน้ำนั้น ลองนึกดูนะครับเวลาเรารู้สึกอยากกินน้ำนั้นในสมองเราก็มองอนาคตที่เราหยิบแก้วมากินแล้วใช้ไหมครับ แล้วระหว่างที่เราหยิบขวดมาเทน้ำใส่แก้ว ในสมองของเราก็คิดแม้จะเป็นช่วงไม่ถึงวินาทีว่าน้ำก็ไหลจนเต็มแก้วแล้ว ช่วงที่เรากำลังหยิบดื่ม ร่างกายเราก็นึกว่าเรากำลังได้รับน้ำแก้วนี้แล้วครับ เห็นไหมครับว่าขนาดเรื่องเล็กน้อยในชีวิตเรานั้นก็ยังอยู่กับอนาคตเลยครับ

เคยมีใครเคยถามพวกคุณไหมครับว่า คุณเกิดมาบนโลกเพื่อมาเป็นมนุษย์ทำไมครับ ผมเคยเจอคำถามนี้จากเพื่อนผมคนหนึ่ง มันถามผมแบบทีเล่นทีจริงนะครับ แต่ในใจตอนนั้นผมไม่คิดว่าเป็นคำถามเล่นๆๆเลย ผมว่าคำถามนี้แหละที่คนเราไม่สามารถหาคำตอบได้เลยครับ อย่างในบางคนอาจจะตอบแบบศาสนาพุทธบอกว่าคนเราเกิดมามีกรรมครับ เราเลยต้องเกิดมาชดใช้กรรม แต่บางคนบอกว่าเราเกิดมาเพื่อเป็นตัวส่งสารจากอดีตไปยังอนาคต บางคนบอกว่าเราเกิดมาเพื่อดำรงอยู่ของเผ่าพันธ์มนุษย์ แต่สำหรับผมแล้วในความคิดของผมคนเราเกิดมาเพื่อจะมีหน้าที่อะไรสักอย่างบนโลกของแต่ละคนครับ อย่างเช่นอิตเลอร์เกิดมาเพื่อที่จะเป็นคนเริ่มก่อสงครามโลกครั้งที่2 ถ้าไม่มีอิตเลอร์ก็คงไม่มีสงครามโลกหรอกครับ แต่ในแง่สงครามโลกครั้งที่2นะ ผมว่าอิตเลอร์ก็ไม่ได้ชั่วร้ายไปกว่าฝั่งที่ชนะสงครามหรอกครับ มันก็แค่บอกว่าผู้ชนะถูกเสมอเท่านั้นเอง อย่างอเมริกานะครับ ตอนนั้นญี่ปุ่นประกาศยอมแพ้สงครามแล้วแท้ๆแต่ทางฝั่งอเมริกาเค้าอยากรู้ว่านิวเคียสเพียงแค่7กรัมนั้นมีประสิทธิภาพแค่ไหนอะครับ ย้ำครับแค่7กรัมก็ทำลายเมืองได้เมืองหนึ่งแล้วครับ กลับเข้าเรื่องต่อดีกว่าผมคิดว่าผมเกิดมาทำหน้าที่อะไรบางอย่างครับ แต่ตอนนี้ไม่รู้ว่ามันคืออะไร และไม่รู้ว่าหน้าทีที่ผมจะทำนั้นมันยิ่งใหญ่ขนาดไหนครับ ไอ้คำว่าใหญ่นี้ก็คือว่าจะมีใครเห็นผมทำภาระกิจนี้มากขนาดไหนครับ แล้วสักวันผมคงได้รู้นะว่าตัวผมเองนั้นทำอะไรครับ แล้วพวกคุณแหละครับเห็นภาระหน้าทีของตัวเองที่มีต่อการเกิดมาแล้วยังครับ

ส่วนเรื่องความรัก ผมพูดจริงๆๆนะ ผมไม่เชื่อในคำว่ารักแท้หรอกครับ แล้วไม่เชื่อว่าเราจะมีกันแค่2คนเท่านั้นหรอก ผมถามหน่อยเถอะครับ คนที่มีคู่หรือเคยมีคู่นะครับ เคยเผลอมั่งไหมครับ เผลอใจไปกับคนอื่นมั่งไหม ผมว่าทุกคนคนเคยจะเป็นนะครับ แค่การเผลอนั้นมันก็เหมือนการที่ปล่อยใจที่บอกว่ารักคนๆนั้นออกไปมีอีกคนแล้วครับ ถึงจะบอกว่ายังไงก็เลือกคนเดิม ผมเลยถามว่าถ้าขึ้นคำว่าเลือกคนเดิมหรือว่าคนนั้นคงไม่คิดอะไรกับเราหรอกนี่มันไม่เรียกว่าแบ่งใจให้กับคนอื่นบ้างแล้วเหรอครับ ผมว่าทุกคนอยากเจอความรักแบบเจ้าชายเจ้าหญิงครับ ความรักที่สวยงามทั้งนั้นแต่อย่าลืมว่าความรักแบบส่วนใหญ่แล้วมันมีแต่ในหนังในนิยายเท่านั้นครับ คนเริ่มติดของพวกนี้มากๆๆแล้วมันเลยเฝ้าใฝ่หาในเรื่องนี้นะครับ ทั้งที่จริงๆไม่มีทางที่จะเป็นไปได้เลย แต่ผมเชื่อในความเข้าใจกันมากกว่าครับ ผมว่าบางทีเราก็ไม่สมควรจะรักแบบไม่ลืมหูลืมตานะครับ เราควรจะรักแบบเข้าใจกันและเชื่อใจกันมากกว่า คนเราเผลอกันได้แต่ถ้าเข้าใจกันได้บางทีแล้วมันก็ดีกว่านะครับ อย่างผมนี่ช่วงหลังที่เคยมีแฟนนะครับ ผมก็คิดเสมอว่าสักวันเค้าคงจากเราไปนะครับ ผมเลยต้องเผื่อใจไว้บ้าง แต่ส่วนตัวผมก็คิดว่าถึงบางทีผมอาจจะเผลอไปบ้าง(แต่ไม่ถึงขั้นเจ้าชู้นะครับเพราะว่าตัวผมเองก็ไม่ใช่พวกที่จะรักใครง่ายๆเหมือนกันแต่อาจจะเผลอเพราะรูปลักษณ์ภายนอกมากกว่า)แต่ตัวผมก็รักเค้าเพราะว่าเวลาผมจะจีบใครส่วนใหญ่ผมจะดูนิสัยของเค้าก่อนว่าเป้นอย่างไรนะครับทำให้บางทีก็พอรู้นะครับว่าเค้าเป็นคนอย่างไรอะไรที่เค้าแล้วดูเหมือนจะมีเรื่องกันผมก็มานั่งคิดว่านี่มันเป็นนิสัยเค้าอะอย่างนี้ก็ต้องปล่อยไปครับ อยู่ด้วยกันด้วยความเข้าใจและเชื่อใจดีกว่าครับ ส่วนตัวเองก็ต้องเผื่อใจไว้บ้างครับเพราะว่าคนที่อยู่กับเราตลอดชีวิตที่เหลือนั้นมันค่อนข้างหายากนะครับมันเลยจำเป็นต้องเผื่อใจอะ สรุปผมก็เลิกกับแฟนหลายคนทุกทีในการเลิกนั้นส่วนใหญ่แล้วแฟนผมไปมีใหม่ครับ อาจจะเป็นเพราะว่าผมดีไม่พอสำหรับเค้า หรือว่าเค้าดีไม่พอสำหรับผมกันแน่ก็ไม่รนู้นะครับ รู้แต่ว่าเราแค่เลิกที่จะใช้ชีวิตร่วมกันเท่านั้นครับ เพราะว่าตัวเค้าคิดว่าเค้าสามารถเลือกทางที่ดีกว่านี้ได้ครับ อย่างนี้ผมต้องยอมรับในการตัดสินใจของเค้านะครับ ถ้าเค้าไปแล้วมีความสุขเราก็สมควรที่จะดีใจครับ เหอเหอส่วนตอนนี้ผมก็จีบอยู่คนหนึ่งอยู่ครับ นิสัยเท่าที่ผมวิเคราะห์มานะครับ ผมว่าก็หน้าจะไปกับผมได้นะครับ แต่มีบางเรื่องที่ผมไม่ชอบใจเท่าไหร่แต่ผมคิดว่าถ้าเป็นนิสัยเค้าจริงๆๆเราก็ควรจะยอมรับมันได้นะครับถือว่ามันเป็นเรื่องเล็กน้อยเหมือนกัน แต่ตอนนี้ผมโอเคแล้วไม่รู้ว่าทางฝ่ายนู่นจะโอเคกับผมหรือเปล่าครับ เพราะว่าเรื่องนี้เราจะโอเคฝ่ายเดียวไม่ได้อะ ผมเดินทางมาเกือบจะ30แล้วผมกำลังที่จะหาคนร่วมทางกับผมไปตลอดช่วงเวลาที่เหลืออยู่ของผมนะครับ ไม่รู้ว่าจะเจอเมื่อไหร่เท่านั้นครับ ถ้าผมโชคดีผมก็คงเจอในเร็วๆนี้ แต่ถ้าโชคร้ายมากๆผมคงต้องเดินอย่างเดียวดายครับแล้วคุณล่ะครับมีคนร่วมทางแล้วหรือยังอะครับ

Comment

Comment:

Tweet

เป็นบทความที่ดีจังครับ

แนวคิดที่ผมชอบเลยล่ะครับ

#4 By mitjang (203.188.44.2) on 2008-10-02 16:19

ระวังจะมีใครบางคน ที่ถูกพาดพิงมาคอมเม้นท์ให้นะ 5555

คนร่วมทาง....เราคิดว่า คนร่วมทาง มันมีหลายอย่างนะ เพื่อน ญาติ คนรอบตัว ทุกคนที่มีความผูกพันกับเรา ก้อถือว่า เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตนะ ก้อ ร่วมทาง ร่วมความทรงจำ ในแต่ละช่วงชีวิตอ่ะ .... แต่ถ้ามีคนที่เข้าใจ และ เทคแคร์ ดูแลเอาใจใส่กันเสมอ อย่างคนพิเศษ ก้อคงดีอ่ะ

#3 By สหาย (125.24.31.125) on 2007-08-28 00:33

ฟังดูโหดร้ายจัง"ไม่เชื่อในรักแท้"...อดีตและประสบการณ์คงทำให้คิดแบบนั้น..เห็นด้วยที่บอกว่า"ไม่สมควรจะรักแบบไม่ลืมหูลืมตา"..งืม...

คนเราเกิดมาทำไม???นั่นดิ๊เกิดมาทำไม..เกิดมาแล้วทำไมต้องดิ้นรน..
เรียนไปเพื่อนอะไรเนี้ย..ที่ทำๆอยู่เนี้ยเพื่ออะไร (เริ่มคิด?)..

อาจเป็นเพราะมันเป็นวัฏจักรมั้ง..
ตอนนี้ถ้าเลือกเกิดได้ก็ไม่อยากเป็นหรอกคน..เหนื่อยอ่ะ.. แฮะๆเริ่มสับสนตัวเองซะแล้ว

#2 By NuRsEKinGDoM on 2007-08-22 13:35

อืมๆ หน้าที่ของเราคืออะไรก็เราเท่านั้นที่ตอบเองได้ล่ะมั้งครับ เคยอ่านหนังสืออยู่เล่มหนึ่งบอกว่า เราอาจเกิดมาแค่ช่วยหมาตัวหนึ่งให้รอดพ้นจากความตายก็ได้

ผมคิดว่า เราทุกคนต่างเป็นส่วนหนึ่งของเฟืองที่หมุนไป สิ่งมีชืวตทุกๆอย่างเป็นเพียงแรงผลักดันของเครื่องจักรยักษ์
และก็เวียนวนไม่สิ้นสุด

ส่วงนเรื่องความรักนั้นไซร้จักบอกกล่าวในบล๊อกของตัวเองดีกว่า

ผมยังไม่มีใครร่วมเดินทางงับ

#1 By Crozzax on 2007-08-20 15:05