เรื่องแหวนโซโลมอน

posted on 16 Aug 2007 07:28 by gelukkig in story

กษัตริย์ของอาณาจักรฮิบรูพระองค์หนึ่งพระนามว่าโซโลมอน

ได้มีพระราชโองการขึ้นฉบับหนึ่งซึ่งต้องนับว่าเป็นโองการที่แปลกเอาการอยู่

พระบรมราชโองการนั้นสั่งให้เหล่าอำมาตย์ที่ปรึกษาของพระองค์สร้างแหวนวิเศษขึ้นวงหนึ่ง และให้แหวนวิเศษนั้นมีคำจารึกซึ่งไม่เกี่ยงว่าจะเป็นคาถาหรือบทสวดใดๆก็ได้ลงบนแหวนและเมื่อใดก็ตามที่พระองค์ทอดพระเนตรแหวน แหวนนั้นต้องสามารถเปลี่ยนอารมณ์พระองค์ได้

รายละเอียดของพระราชโองการนี้ก็คือ ไม่ว่าพระองค์จะอยู่ในอารมณ์ใดก็ตาม หากพระองค์ทอดพระเนตรไปที่แหวน แหวนนี้จะเปลี่ยนอารมณ์ของพระองค์ได้ ไม่คำนึงถึงว่าพระองค์จะทรงโทมนัสหรือทรงโสมนัสอยู่ หรือต่อให้พระองค์ทรงกริ้วอยู่ แหวนนี้ก็จะต้องสามารถทำให้หายกริ้วได้ ไม่เว้นแม้แต่ตอนที่พระองค์ทรงสำราญ แหวงวงนี้ก็ต้องแสดงอิทธิฤทธิ์ออกมาให้ทรงหายสำราญได้

เมื่อฟังโองการจบเหล่าอำมาตย์ต่างก็คิดกันหนักว่าจะไปหาแหวนวิเศษขนาดนั้นจากที่ไหน

ช่างและกวีทั่วทั้งเยรูซาเลมถูกตามตัวมารับงานขึ้นเรือนแหวน นักบวชตามวิหารต่างๆ ถูกตามมาสร้างสวดมนต์เพื่อแหวน แล้วก็เป็นอย่างที่เหล่าอำมาตร์คาดว่า ไม่มีใครสามารถสร้างแหวนที่ทรงพลานุภาพอย่างนั้นได้

การประชุมของเหล่าที่ปรึกษาเกี่ยวกับเรื่องนี้มีแทบทุกวันวันกำหนดที่จะถวายแหวนแด่พระองค์ก็ใกล้เข้ามาทุกทีความกังวลนั้นเข้ามาอยู่ยึดอยู่ในจิตใจของทุกคนแต่ที่หนักที่สุดเห็นจะเป็นปราญ์เฒ่าผู้เป็นหัวหน้าคณะที่ปรึกษาของกษัตริย์โซโลมอน เพราะถ้าทำไม่สำเร็จพระราชอาญาก็คงต้องตกกับตัวเองแต่เพียงผู้เดียว

ความกังวลเมื่อเกิดขึ้นแล้วไม่ว่าใครก็ตามก็มักจะก่อตัวใหญ่ขึ้นและเมื่อกังวลเรื่องหนึ่งได้มันจะกังวลต่อไปอีกไม่รู้กี่เรื่องต่อกี่เรื่อง ปราญ์เฒ่า ไหนจะเรื่องพระอาญาที่อาจถึงแก่ชีวิต ไหนจะเรื่องครอบครัว ไหนจะเรื่องความภักดี

และเมื่อถึงที่สุดแล้ว ความเป็นปราญ์ของเขาก็คิดได้ว่าเขาจะกังวลไปทำไม ในเมื่อความมั่นคงในชีวิตมนุษย์อย่างแท้จริงมันไม่เคยมีจริง คนเรานั้นจะดีใจหรือหดหู่กับเคราะห์ดีหรือเคราะห์ร้ายมากเกินไปทำไม

และในวินาทีนั้นองท้องฟ้าก็ดูเหมือนจะเปิดออกให้ได้เห็นแสงสว่าง

ในวันที่ถวายแหวนวิเศษแด่กษัตริย์โซโลมอนทันทีที่พระองค์หยิบแหวนขึ้นมาทอดพระเนตรคำจารึก พระองค์ถึงกับนิ่งไปพักใหญ่ แล้วจึงทรงแย้มพระโอษฐ์ออกมาอย่างพึงใจ เหล่าอำมาตย์ทั้งปวงจึงพร้อมใจกันเปล่งเสียงถวายพระพร

ในแหวนวิเศษนั้นมีคำจารึกไว้ว่า "แล้วสิ่งนี้ก็จะผ่านไปเช่นกัน"

____________________________________________________

ตอนนี้ชีวิตของตัวผมเอง เวลาเกิดเรื่องหรือมีปัญหาอะไร ผมจะนึกถึงเรื่องนี้ตลอดเลยครับ ผมก็เลยอยากให้คนอื่นอ่านมั่งครับ เพื่ออาจจะเป็นปรัญญาในการดำรงชีวิตครับ อิอิ"แล้วสิ่งนั้นก็จะผ่านไป"

Comment

Comment:

Tweet

คิดเหมือนเราเลย..ที่ว่ามันเหมือนนักโทษน่ะ..แต่ไม่ต้องสงสารหรอกมันเป็นเรื่องธรรมดาเขาทำให้เราอยู่ในกฎที่ดีเผื่อจบไปจะได้เป็นคนดี (เราสะตอไหมเนี้ยคิ คิ)..อยู่ไปมันก็ชินเองกฎวิทลัยไม่เท่าไหร่กฎพี่กฎน้องนิสิทนไม่ได้

#6 By NuRsEKinGDoM on 2007-08-19 13:37

แล้วสิ่งนั้นก็ "ผ่านปายยย"

#5 By on 2007-08-18 10:15

หึ หึ หึ "แล้วสิ่งนั้นมันก็ผ่านไป" ทำได้แน่หร๊อ(ไม่ได้ว่าใครนะหมายถึงตัวเราคนเดียว)แต่จะขอแต๊ปไปใช้มั่งนะโฮ๊ะๆ

#4 By NuRsEKinGDoM on 2007-08-17 20:00

อา....ปล่อยวาง ให้มันไหลไปกับกระแสทานแห่งโชคชะตา

ชอบอ่ะ สั้นๆได้ใจความ
"แล้วมันจะผ่านไป"ปรัชญาในการดำเนินชีวิตจริงๆ

#3 By Crozzax on 2007-08-16 18:50

ขอเก็บไปใช้ด้วยคนค่ะ

#2 By Beno (203.154.77.9 /203.150.55.133) on 2007-08-16 14:01

แล้วสิ่งนี้ก็จะผ่านไปเช่นกัน ดีๆมันต้องผ่านไปอย่าไปยึดติดกะมัน

#1 By ฝน (124.157.226.157) on 2007-08-16 10:56