แม่ในความทรงจำของผม

posted on 12 Aug 2007 23:54 by gelukkig in life

วันนี้ก็ผ่านมาอีกปีแล้วนะครับสำหรับวันที่12 สิงหาคม วันแม่แห่งชาติ เป็นอีก1วันที่ทำให้ผมนึกถึงแม่ผมครับ และเป็นอีกหนึ่งวันที่ผมจะไปเยี่ยมแม่ที่หลุมศพแม่ครับ ใช่แล้วครับแม่ผมได้เสียจากผมไป10ปีแล้วครับ ผมว่าเวลามันผ่านไปเร็วนะครับ ผมยังมีความรู้สึกเสียใจตอนที่แม่ผมเสียอยู่เลยครับ ผมยังคิดถึงแม่อยู่เลย เวา10ปีนั้นมันไม่ทำให้ผมลืมแม่ผมได้เลย วันนี้ผมเลยไปเยี่ยมแม่ผมที่แสลงครับ เป็นที่ฝังศพแบบคนจีนนะครับ วันนี้ผมไปนั่งคุยและเล่าเรื่องที่ผ่านมา1ปีนะครับ ไม่รู้ว่าท่านจะอยู่ฟังผมเล่าหรือเปล่าไม่รู้ครับ ไม่แน่นะแม่ผมก็อาจจะไปเกิดแล้วก็ได้ แต่ความคิดถึงของผมนั้นไม่เคยจางหายเลยนะครับ

แม่ผมในความทรงจำนั้น ตอนนี้ผมยังรู้สึกถึงความอบอุ่นจากแม่ผมเสมอเวลาที่คิดถึงท่าน ผมจำได้นะสมัยเด็กนั้นผมมีพี่น้อง5คนครับ ผมเป็นลูกคนเล็ก ซึ่งตามธรรมดานั้นลูกคนเล็กก็ต้องเป็นที่รักมากที่สุดของพ่อแม่อยู่แล้ว ผมก็เช่นกันตอนเด็กนั้นเวลาแม่นั้นไปไหนมาไหนก็จะพาผมไปด้วย แล้วผมก็ไปกับท่านเสมอจนดูเหมือนว่าผมกลายเป็นลูกติดแม่ไปแล้วจริงๆๆนะครับในความคิดแบบเด็กนั้นเวลาแม่ทำให้ให้กินไม่ต้องพิเศษอะไรมากนักหรอก แต่เรารู้สึกถึงความอร่อยกับของที่แม่ทำเสมอโดยเฉพาะของที่แม่ทำบ่อยๆๆ(ผมว่าทุกคนต้องเคยเป็นอารมณ์นี้นะครับ) ผมว่านะไอ้ความอร่อยที่ว่านั้น แม่ของผมคงใส่ความห่วงใยและความรักที่มีต่อลูกลงไปในกับข้าวแน่ๆๆเลย ทำให้ผมรู้สึกว่าอร่อยมากจนโตมาผมก็ยังไม่เคยรู้สึกถึงความอร่อยเช่นนั้นอีกเลยครับหลังจากแม่ผมเสียไปครับ แม่ผมนั้นทำแค่ข้าวผัดใส่ไข่ที่แสนธรรมดาแต่แผงไปด้วยความรักที่มีต่อลูก กับแกงส้มที่มีความห่วงใยเสมอ มาให้ผมทานเสมอๆครับ ผมว่ามันอร่อยๆมากๆๆเลยครับผมว่าชีวิตในวัยเด็กของผมนั้นผมรู้สึกถึงความสุขและความสนุกเสมอเลยครับ

แต่ผมจำไม่ได้ว่าผมเริ่มที่จะห่างกับที่บ้านตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ อาจจะเป็นช่วงที่ผมไปเรียนที่กทม.ก็เป็นได้ครับ ช่วงนั้นผมติดเพื่อนค่อนข้างมากๆนะ จนบางทีแล้วปิดเทอมแล้วผมยังไม่กลับบ้านเลยครับ มันเป็นช่วงวัยรุ่นนะครับ เป็นช่วงที่มีอารมณ์อยากอยู่กับเพื่อนและเริ่มที่จะมีความรัก ชีวิตผมช่วงนั้นก็เป็นแบบนี้นะครับ ลืมสิ่งที่มีความสำคัญในชีวิตของผมลืมความสุขในวัยเด็ก ลืมผู้มีพระคุณของเราลืมความรักที่พ่อแม่มีต่อลูก

แต่แล้วความจริงมันก็เริ่มจะมีเมฆฝนมาบดบังแสงแดดแล้ว แม่ผมได้เข้ามารับการรักษาอาการไม่สบายที่โรงพยาบาลศิริราชครับ(ตอนนั้นผมอยู่ปี2ครับและที่อยู่ในศิริราชเพราะว่าพี่สาวผมเป็นหมออยู่ที่นั้นครับ) เคยขึ้นๆมาๆหลายทีแล้วที่กทม.ครับ แต่ผมก็ยังไม่สนใจอะไรเท่าไหร่ครับมีแต่พี่สาวผมเท่านั้นครับที่อยู่กับท่าน ชีวิตผมก็ยังไปเที่ยวกับเพื่อนอยู่กับแฟน สนุกในวัยเรียนไปวันๆครับ กลับบ้านดึกทุกคืน จนแม่ผมได้ไปอยู่ในโรงบาลศิริราช ผมก็มีไปเยี่ยมท่านแค่ไม่กี่ครั้งเองครับ แล้วถามแม่ว่าเมื่อไหร่จะหายแล้วจะออกมาสักที แม่ผมก็ได้แต่ยิ้มให้ผมแล้วบอกว่าอีกไม่นานหรอก แล้วเราค่อยไปเที่ยวกัน หลังจากนั้นผมก็ไม่คิดอะไรผมคิดว่าเดี๋ยวแม่ก็หายแล้วเดี๋ยวคงออกจากโรงบาลได้ครับ

จนกระทั้งวันหนึ่ง ผมได้ไปค้างที่หอเพื่อนฝั่งตรงข้ามม.รังสิตครับ ผมมานั่งเล่นไพ่จับหมูกัน จนกระทั้งเช้าวันถัดไปผมตื่นขึ้นอาบน้ำแล้วเตรียมตัวไปธรรมศาสตร์รังสิตกับเพื่อนๆผมครับ แต่ก่อนออกนั้นกางเกงยีนต์ที่ผมใส่อยู่ก็ดันไปเกี่ยวกับเก้าอี้จนมันขาดออกมานิดหนึ่งครับ แล้วพอถึงธรรมศาสตร์ มือถือผมก็ดังขึ้น พี่สาวผมโทรมาบอกว่าให้รีบมาโรงบาลด่วน เผื่อแม่ต้องการเลือด ตอนนั้นผมใจไม่ค่อยดีแล้ว ผมก็เลยแยกออกจากเพื่อนเพื่อรีบไปโรงบาลครับ จนมาถึงห้องในห้องนั้นมีพี่สาวผม2คนนั่งเฝ้าดูอาการอยู่ครับ แม่ผมหลับอยู่ จนกระทั้งถึงตอนเย็นอาการแม่ผมทรุดหนัก หายใจติดๆขัด กระตุนหลายทีครับ จนตอนหลังทางหมอต้องเจาะที่คอเพื่อให้แม่ผมหายใจได้ครับ จนกระทั้ง1ทุ่มกว่าพ่อผมก็มาถึงโรงบาลครับ แม่ผมกำลังจะไปแล้ว(ความจริงที่เกิดขึ้นตอนนั้นไม่เคยอยู่ในสมองผมเลยครับว่าแม่ผมจะเสียผมงงไปหมดสับสนไปหมด)พ่อผมเอาแต่ร้องไห้ ผมอยากร้องไห้มากแต่น้ำตามันไม่ยอมไหล ผมไม่รู้ว่าแม่ผมเป็นอะไร แต่รู้อย่างเดียวคือแม่ผมจะจากโลกนี้ไปแล้ว ผมคงจะไม่มีโอกาสที่จะเจอท่านอีกแล้ว ทางพี่สาวผมที่เป็นหมอบอกว่าตอนนี้ได้แค่ยื้อให้อยู่เท่านั้นโดยใช้เครื่องยื้อ พี่สาวผมเลยแนะนำว่าให้ปิดเครื่องไปเถอะเพราะว่ายิ่งยื้อแม่ก็จะยิ่งทรมานขึ้น ครอบครับของผมเลยสรุปให้ปีดเครื่องไป แล้วแม่ผมก็จากไปอย่างสงบสักทีเหลือไว้ซึ่งเป็นสิ่งที่เรียกว่าความเศร้าโศกจากคนรักท่าน

พอหลังจากผ่านพิธีศพของแม่ผมไปแล้ว ผมเพิ่งได้รู้ว่าแม่ผมเป็นมะเร็งแล้วมันลามไปเรื่อยๆจนร่างกายรับไม่ไหว ทำไมเรื่องนี้ถึงไม่มีใครบอกผมหรือว่าผมไม่ได้ใส่ใจที่จะฟัง ผมรู้สึกเสียดายเวลาบางช่วงที่จะได้กลับไปอยู่กับท่าน เสียดายเวลาที่ผมเอาไปทำอย่างอื่นแล้วไม่ได้ทดแทนคุณท่านเลย เสียดายที่ตัวเองไม่ใส่ใจกับเรื่องของครอบครัวเท่าไหร่ ผมกลายเป็นคนที่พลาดโอกาสที่จะได้อยู่กับท่านในหลายๆครั้งที่ทำได้แต่ไม่เคยทำ ผมอยากจะให้ย้อนเวลากลับมาเพื่ออยู่กับท่านเท่าที่จะทำได้อีกครั้ง

ขอบคุณแม่มากนะครับที่ให้ผมเกิดมา ขอบคุณความรักที่แม่ให้แม้ผมจะรู้สึกเมื่อสายแล้วก็เถอะ ขอบคุณความห่วงใยจากแม่ถึงแม้บางทีผมไม่ใส่ใจ 10ปีที่ผ่านมาผมอยากจะบอกแม่ทุกๆวันเลยนะครับว่ารักแม่ขนาดไหน แต่ผมไม่มีโอกาสอีกแล้ว ผมคงได้แค่ไปหาแม่ที่แสลงเท่านั้น

ตอนนี้ผมเหลือพ่อผมอยู่แค่คนเดียว ตอนนี้ผมตั้งใจจะทดแทนท่านเท่าที่ผมจะทำได้แล้ว ผมจะไม่ยอมให้เกิดเรื่องแบบนี้กับคนที่ผมรักอีกครับ

หวังว่าทุกคนที่อ่านเรื่องของผมแล้วอย่าลืมคิดถึงความรักจากพ่อแม่และความห่วงใยจากท่านนะครับ และพยายามทดแทนคุณท่านบ้างนะครับก่อนที่จะเป็นแบบผมที่อยากจะทำอะไรให้แม่อยู่เสมอแต่ไม่มีโอกาสจะได้ทำแล้วครับ

Comment

Comment:

Tweet

อ่านแล้วน้ำตาซึมเลยอ่ะ ปวดใจไงไม่รู้ กลัวว่าเมื่อวันนั้นมาถึงเราเองจะทำยังไง จะอยู่ได้ยังไง แม่คือทุกสิ่งในชีวิตเราอ่ะ

#1 By สหาย (125.24.31.194) on 2007-08-13 00:11