โลกียสุข เหมือนสุขของคนไข้ที่ได้กินของแสลง มันให้สุขนิดหน่อยขณะกิน เพื่อจะได้ทุกข์มากขึ้นและยืดเยื้อออกไป

เมื่อมองดูด้วยปัญญาจักษุแล้ว โลกียสุขจึงเป็นของน่ากลัว น่าหวาดหวั่น ระแวงไม่น่าไว้ใจ เต็มไปด้วยภัย เจือไปด้วยโทษทุกข์นานาประการ

แต่ที่คนทั้งหลายชอบ ก็เพราะเป็นความสุขที่หาได้ง่าย และเพราะความไข้หรือความกระหายทางจิตผลักดันให้แสวงหา
ดูก่อน ผู้แสวงหาสัจจะ ท่านเห็นเรื่องต่อไปนี้เป็นอย่างไร ควรชื่นชม หรือควรเศร้าสลด

คนผู้หนึ่งถูกผลักดันให้ดั้นด้นเข้าไปในป่ารก มันระดะไปด้วยเรียวหนามและทางอันขรุขระขณะที่กำลังเหนื่อยจวนจะหมดกำลังอยู่นั้น เขาเผชิญหน้ากับช้างป่าที่ดุร้าย เขาออกวิ่งหนีด้วยความตกใจกลัว มาเจอสระใหญ่ซึ่งมีลักษณะคล้ายทะเลสาบน้อยๆ ในป่าลึก เขากระโดดลงไปในทะเลสาบน้อยๆ นั้น เขาคิดว่าคงพ้นอันตราย

แต่ทันใดนั้น จระเข้ก็ปรากฏขึ้น เขากระโดดขึ้นจากน้ำ เขาคิดว่าคงพ้นอันตราย รีบหนีขึ้นต้นไม้ใหญ่ ได้พบรวงผึ้งซึ่งมีน้ำผึ้ง หยดลงมาเป็นครั้งคราว เขากำลังอ้าปากรองรับหยดน้ำผึ้ง ก็บังเอิญเหลียวไปเห็นงูใหญ่สองตัว ชูคอแผ่พังพานมองมายังเขาอย่างปองร้าย เขาตกใจจะวิ่งหนี แต่ด้วยความกระหายอยากในรสน้ำผึ้ง จึงยอมเสี่ยงชีวิตอ้าปากรองรับหยดน้ำผึ้งท่ามกลางอสรพิษทั้งสอง เขาดื่มน้ำผึ้งด้วยกายและใจที่ประหวั่นพรั่นพรึง

ดูก่อน ผู้แสวงหาสัจจะ น้ำผึ้งท่ามกลางปากอสรพิษทั้งสองฉันใด โลกียสุขก็ฉันนั้น มันอยู่ระหว่างอันตรายนานาประการ ความตายเหมือน ช้างใหญ่ที่ดักหน้าคนทุกคนอยู่ทะเลสาบหรือป่าใหญ่อันชุกชุมด้วยสัตว์ร้าย คือสังสารวัฏ ภพอันเป็นที่เวียนว่ายตายเกิดของสัตว์ทั้งหลาย

ผู้มีกิเลสยังไม่สิ้น อสรพิษคืออันตรายรอบด้านแห่งผู้ซึ่งติดพันอยู่ในโลกียสุข น้ำผึ้งระหว่างปากงูคือโลกียสุขนั่นเอง


บางคราวพระศาสดาตรัสเปรียบโลกียสุขเหมือนน้ำผึ้ง ซึ่งฉาบไล้อยู่ที่ปลายศัสตราอันแหลมคมผู้ลิ้มเลียโดยไม่ระวัง ย่อมถูกคมศัสตราบาดปากบาดลิ้นอย่างแน่นอน มันเป็นภาวะที่น่าหวาดเสียว น่าสะพรึงกลัวมิใช่หรือ

ความแก่ ความเจ็บ ความตาย ความโศกเศร้าเสียใจ พิไรรำพัน ความทุกข์กาย ทุกข์ใจ ความคับแค้นใจ ความต้องพลัดพรากจากสิ่งของและบุคคลอันเป็นที่รัก ความต้องประสบกับสิ่งและบุคคลอันไม่เป็นที่รัก ความไม่ได้อย่างใจหวัง เหล่านี้มีประจำอยู่ในมวลมนุษย์และสัตว์โลกทั้งหลายมันมิใช่โทษแห่งความติดพันในโลกียสุขดอกหรือ มันมิใช่ภัยในสังสารวัฏดอกหรือ

แต่ในนิพพานไม่มีโทษเหล่านี้ ไม่มีภัยเหล่านี้ นิพพานเป็นโลกุตรสุข คือสุขที่อยู่เหนือโลกไม่เกี่ยวกับโลก เป็นความสุขที่เกษมปลอดภัย สงบเยือกเย็น ชื่นฉ่ำเกินเปรียบ

ผู้ถึงแล้วซึ่งสุขนี้ ย่อมรู้สึกเสมือนได้ถอนตนขึ้นจากหล่มเลน เหมือนได้ก้าวขึ้นจากกองถ่านเพลิงเหมือนเคยหลงป่าอันเต็มไปด้วยอันตราย แล้วออกจากป่า ได้ดำรงอยู่ในแดนที่ปลอดภัย ดังที่พระบรมศาสดาตรัสว่า พระนิพพาน คือการกำจัดกิเลสเสียได้นั้น เป็นบรมสุข

จากเวปผู้จัดการ

ผมค่อนข้างเห็นด้วยนะครับเรื่องนี้เลยนำมาลงไว้เผื่อตัวเองจะอ่านเตือนสติถึงความไม่จีรังของชีวิตครับ
และก็จะให้เพื่อนๆๆอ่านด้วยครับ

Comment

Comment:

Tweet

สาธุ.... ความแน่นอนคือความไม่แน่นอน สิ่งที่คิดว่าหวาน อาจจะเป็นยาพิษก็ได้ ... หวานเป็นลม ขมเป็นยา...555 เกี่ยวกันไม๊เนี่ย อิอิ

#2 By สหาย (125.24.6.178) on 2007-08-10 22:53

เห็นด้วยอย่างแรง

ถ้าไม่มีความสุขก็ไม่มีความทุกข์
หนทางแท้จริงคือความสงบนั่นเอง

แต่ทั้งที่รู้ ผมก็ยังชอบน้ำผึ้งอยู่ดี...

#1 By Crozzax on 2007-08-10 21:00