เคยไหมครับ ที่พบคนๆหนึ่งแล้วรู้สึกว่าคนนี้แหละใช่แน่ๆๆเลย แต่พอพยายามทำเพื่อคนๆนั้นแทบตาย คนๆนั้นไม่เคยหันมามองเราแม้แต่น้อยเลย ไม่เคยเลยสักครั้ง เพราะบางทีคนๆนั้นก็อาจจะตามคนที่เค้าคิดว่าใช่อยู่ก็ได้ครับ เหมือนกับเราที่ตามอยู่เช่นกันแต่พอเราหยุดที่จะตามหยุดทุกอย่างเพื่อตัวเราเอง แล้วพยายามที่จะลืมเค้าให้ได้เพื่อที่เราจะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง ถึงมันลำบากแต่มันจำเป็นต้องทำครับ หยุดโทรหา หยุดความคิดถึง หยุดความฝันที่เราหวังจะมีคนนั้นเดินเคียงข้าง หยุดความสุขที่เราคิดเองไปเพียงคนเดียว หยุดความทรงจำทั้งหมดที่มีต่อเค้าเพื่อให้เรามีชีวิตอยู่เพื่อปัจจุบันต่อไปให้ได้ แต่พอถึงวันๆหนึ่งที่เราหยุดเสียใจ หยุดทุกสิ่งทุกอย่างได้แล้ว พร้อมที่จะมีคนใหม่ หรือว่าบางทีก็อาจจะคบอยู่หรือกำลังจีบอยู่นะครับ แล้ววันนั้นเค้าก็กลับมาบอกว่ารักเรา เค้าเพิ่งเข้าใจตัวเองแล้วว่าใครคือคนที่รักเค้ามากที่สุด แล้วเป็นคุณล่ะครับ คุณจะทำเช่นไร ในชีวิตผมนั้นเกิดเหตุการณืแบบนี้มา2ครั้งแล้วในชีวิตนะครับ ส่วนเรื่องแฟนเก่าของผมนี้ไว้คราวหน้าถ้าว่างจะมาเล่าให้ฟังนะครับ วันนี้เอาเรื่องก่อนนะครับ แล้วจะขอเล่าเหตุการณ์เดียวนะครับ เพราะว่าความรู้สึกเรารู้สึกว่ามันคล้ายกันเกินไปจนบางที เล่าไป2เรื่องมันอาจจะทำให้ผมเศร้าใจหนักก็ได้ครับ

เริ่มเลยนะครับ ตอนนั้นเป็นสมัยที่ผมจบมหาลัยใหม่ๆๆครับ ผมยังอยู่กทม.นะครับ กำลังจะเลือกระหว่างว่าหางาทำกะกลับไปทำงานที่บ้านครับ(ที่บ้านให้เวลาตัดสินใจหางาน3เดือนถ้าไม่ได้ก็ให้กลับมาทำที่บ้าน) ระหว่างที่หางานด้วยนั้นผมก็ไปสมัครเรียนภาษาอังกฤษที่AUAครับแถวซอยพาณิพย์ธนบุรีครับ ฝั่งตรงช้ามซอยเดินไปหน่อยก็จะถึงนะครับ แบบว่าตอนนั้นผมย้ายบ้านไปอยู่แถวพรานนกแล้ว แถวนั้นเลยใกล้ครับ ผมไปเรียนแบบว่าขี้เกียจสอบวัดฐานนะครับ ก็เลยเรียนแต่เลเวิฟ1เลยครับ ก็ไม่คิดมากคิดว่ามาเรียนเอาแก้เบื่อๆๆ และได้ความรู้ด้วย

วันเรียนวันแรกนั้น ผมไปเรียนที่ห้องๆหนึ่งครับ ในห้องมีโต๊ะแบบว่าโต๊ะแบบเก้าอี้กะโต๊ะรวมกันแบบพับได้(เหมือนเวลาเรียนในมหาลัยส่วนใหญ่นะครับ) มีโต๊ะแบบนั้นอยู่ประมาณ12-13ตัวครับ แล้ววันนั้นตามสูตรครับ ชีวิตผมเวลาไปเรียนก็ต้องไปสายครับไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรหรือว่าบ้านใกล้ก็ไม่รู้ ผมเลยของอารจารย์ที่เป็นฝรั่งเข้าห้องไปครับ แล้วบังเอิญ มันมีที่ว่างเหลืออยู่ที่หนึ่งครับ(คาดว่าเค้าคงกางโต๊ะให้พอดีคนเรียนนะครับ) ผมเลยไปนั่งตรงนั้น ข้างๆที่ผมนั่งด้านซ้ายนั้นมีผู้หญิงคนหนึ่งครับ ซึ่งตอนแรกเราก็เห็นแว๊บๆเพราะว่ารีบเข้าห้องเลยไม่สนใจใคร วันนั้นเป็นชั่วโมงแรกนะครับก็เลยต้องมีการแนะนำตัวกันก่อนนะ แล้วต้องยืนแบบแนะนำตัวด้วยซึ่งจังหวะที่ยืนแนะนำตัวนั้นทำให้ผมเห็นเธอได้ชัดอะครับ เธอเป็นผู้หญิงผิวขาว สูงประมาณ165 ซม. สัดส่วนก็ประมานผอมแบบไม่มีหน้าท้องครับ หน้าตาก็ดูหมวยหน่อย มีลักยิ้ม ผมยาวประมาณไหล่ได้ แล้วตรงที่เธอนั้นมันใกล้กะหน้าต่างครับ ผมเลยไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ผมเห็นตัวเธอมีแสงส่องนั้นมันมาจากผมจินตนาการไปเองหรือว่ามันเป็นแสงแดดยามเช้ากันแน่ ผมมองเธอด้วยความอึ้งนิดนิดครับ เพราะว่าผมไม่เคยรู้สึกอะไรแบบนี้มานานแล้วครับหลังจากอกหักครั้งล่าสุด จนไม่ได้ฟังเลยว่าเธฮชื่ออะไร หรือยังไง เอ๋อไปเลยอะครับ วันนั้นผมเรียนไม่รู้เรียนเลย ไม่กล้าหันจะไปมองอีกและ ใจก็คิดอะไรไปเรื่อยอะครับ จนหมดเวลาเรียน

ผมคงไม่กล้าเข้าไปคุยกะเธอครับโดยนิสัยแล้วผมค่อนข้างขี้อายเป็นบางครั้ง ซึ่งครั้งนี้ผมรู้สึกอายจนไม่กล้าคุยครับ แต่ผมโชคดีอยู่อย่างครับ ที่คนที่เรียนด้วยนั้นมีคนที่อายุที่เป็นผู้กหญิงเรียนอยู่ด้วยครับแล้วประมานว่าชอบสร้างสังคมนะครับ ก็เลยชวนคุยกันทั้งห้องเลย ทำให้ผมได้รู้จักชื่อเธอแล้วครับ เธอชื่อ gift แล้วก็ยังเรียนอยู่หอการค้าไทย คณะอินเตอร์ ผมเลยรู้สึกว่าอย่างก็พอมีเรื่องคุยแล้วดิเพราะว่าผมเพิ่งจบหอการค้ามาครับ แล้วสรุปวันนั้นทุกคนต่างแลกเบอร์มือถือทั้งหมดทั่วห้องเลยครับ ผมก็เลยได้เบอร์giftแล้ว ทั้งเบอร์บ้าน เบอร์มือถือ อะครับ

หลังจากนั้นผมก็กลายเป็นคนโรคจิตไปโดยไม่รู้ตัวครับ ชอบใช้เบอร์บ้านโทรเข้าเบอร์บ้านเธอทุกวันวันละครั้งครับ (ไม่รู้ทำไปทำไมฟ่ะ) คือผมอยากคุยแต่ไม่กล้าพอที่จะโทรหาเธอเท่าไหร่ครับ ผมชอบมีความรู้สึกหนึ่งนะว่ากลัวคนอื่นรำคาญนะครับเป็นคงเป็นจิตใต้สำนึกบอกผมอย่างนี้แหละเลยทำให้เกิดความเกรงใจโดยไม่ใช่เหตุอะครับ

แต่เวลาเรียนที่AUAนั้นมันเรียนตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันศุกร์เลยครับ มันเลยทำให้เจอกิพท์บ่อยๆ ถึงจะได้คุยกันบ้างแต่ก็ไม่ได้คุยอะไรกันเยอะและที่สำคัญ เวลาไปไหนกันก็ไปกันเป็นกลุ่มอยู่แล้วครับ ก็เลยนะมันเลยไม่ค่อยได้คุยกัน

วันหนึ่งในห้องเรียนAUAเค้าชวนไปเที่ยวกลางคืนกัน ก็ชวนไปหมดทุกคนถามว่ามีใครว่างบ้างหรือเปล่า แล้วก็กิฟไปด้วย กิฟเลยบอกว่าวันที่จะไปนั้นเป็นวันสอบเสร็จพอดี น่าจะไปได้แต่สอบเสร็จตอน2ทุ่ม มันดึกไปก็เลยลังเลว่าจะไปดีหรือไม่ดี ใครๆในห้องเรียนนั้น ก็บอกว่าอยากให้ไปมากๆ เราก็เลยเสนอตัวบอกว่าเดี๋ยวไปรับแล้วกัน แล้วขากลับจะไปส่งให้สำหรับคนไม่มีรถ ก็เลยสรุปว่ากิฟไปแล้ว

วันที่ไปรับกิฟนะ เราก็ไปถึงมหาลัยตอน1ทุ่มกว่าก็เลยนั่งรออยู่ที่ซุ้มตัวเองอะ รอจน2ทุ่มกว่า

กิฟก็โทรมาหาว่าอยู่ไหนก็เลยนัดเจอกันอยู่ที่หน้ามหาลัย แถวตึก10(ที่สร้างใหม่ตอนนั้นแล้วมีเปียโนอยู่ชั้น2ด้วย) พอเจอกันแล้ว กิฟก็บอกว่าไม่รู้ทำไงดี เพื่อนก็ชวนไปเที่ยว แล้วพวกพี่ก็ชวนไปเที่ยวนี่อะ (ตอนนั้นที่ประโยคแบบนี้พูดออกมาก็รู้แล้วว่าในใจกิฟคงอยากไปกะเพื่อนมากกว่า)

เราก็เลยบอกว่าไม่เป็นไรไปกะเพื่อนถอะ เพราะว่าในความคิดเรานะ ไปกะเพื่อนมันน่าจะสนุกกว่าแล้วไว้คราวหน้าค่อยไปกะพวกเราอะ

เธอเลยบอกว่าเกรงใจที่เรามารอรับแล้วไม่ไปด้วย

เราบอกว่าไม่เป็นไรหรอกเรื่องนี้ถือว่าเล็กน้อย เธอก็ไม่ต้องลำบากใจกะเรื่องนี้หรอก เดี๋ยวเราจะไปแก้ตัวให้แล้วกันนะ เธอเลยขอโทษเราแล้วเราก็ไปหาเพื่อนAUAที่ร้านกินดื่ม ท่าพระอาทิตย์อะแล้วบอกพวกนั้นว่าโทษทีเราไม่ได้ไปรับกิฟอะเพราะว่ามัวแต่นอนหลับเพลินไปหน่อย แล้วโทรไปบอกกิฟแล้วอะสุ