Love Actually รักเอย จะบอกให้
posted on 28 Jul 2007 20:06 by gelukkig in movieAnything but Love, Love Forbidden และ Love Actually is All Around เป็นชื่อเดิมที่เคยใช้กับหนังเรื่องนี้ก่อนที่จะมาสรุปเป็น Love Actually ทุกหัวใจมีรัก ชื่อหนังบอกได้ตรงกับเนื้อหาของเรื่องความรักแปดเรื่อง ที่นำมาร้อยเรียงกันให้ต่อเนื่องกลายเป็นเรื่องเดียวกัน พร้อมทั้งรวบรวมนักแสดงกว่ายี่สิบชีวิต หนังเปิดเรื่องด้วยเพลงฮิตในอดีตอย่าง Love is all around ที่นำมาแปลงเนื้อเพลงเสียใหม่ให้เป็น Christmas is all around ร้องโดยร็อคเกอร์สตาร์วัยดึก บิว ไนฮีย์ จอมขโมยซีนในทุกฉากที่ปรากฏกาย

ในหนังเรื่องนี้มีเพลงประกอบภาพยนตร์ที่เป็นเพลงป็อปไพเราะหวานๆอยู่มากมาย แถมเรื่องราวของแปดคู่ชู้ชื่นในแต่ละเรื่องก็น่าจะเคยพบเห็นในหนังรักทั่วๆไป ซึ่งอาจจะสามารถแทนด้วยบทเพลงไทยๆ ในเนื้อหาตามเรื่องราวของแต่ละคู่ ได้เสียด้วย ดังนี้
คู่รักและการบ้านการเมือง เมื่อนายกรัฐมนตรีอังกฤษหนุ่มโสด (ฮิวจ์ แกรนด์) เกิดตกหลุมรักแม่บ้านสาวสวย (มาร์ทีน แม็คคัทเชิน) ที่มาเป็นผู้ช่วยคอยเสริฟน้ำชาให้เขา แต่เนื่องด้วยหน้าที่อันยิ่งใหญ่ลับกลายเป็นปัญหาสำหรับเขา แทนด้วยเพลง จงรัก โปรดอย่าถามฉันเป็นใครเมื่อในอดีต และโปรดอย่าถามว่าอดีตฉันเคยรักใคร...
คู่รักสามเส้า เรื่องราวของการมีมือที่สามเพื่อนร่วมงานสาวสวย เริ่มเข้ามาสอดแทรกชีวิตคู่ของพี่สาวนายก (เอ็มมา ทอมป์สัน) กับสามีที่กำลังรุ่งโรจน์ในหน้าที่การงาน (อลัน ริคแมน) ที่อยู่กินกันมานานปีจนมีลูกเต้าในวัยกำลังกินกำลังนอน แทนได้ด้วยเพลง รักซ้อน รักซ้อน ซ่อนรัก ยิ่งประจักษ์แสนปวดใจ ทุ่มเทรักไปเท่าไหร่ สิ่งที่ได้คือเขาลืมเรา...
คู่รักในที่ทำงาน สาวออฟฟิศ (ลอรา ลินนีย์) แอบชอบเพื่อนร่วมงานหนุ่มหัวหน้าดีไซเนอร์ แต่ไม่กล้าเผยความในใจ จึงออกมาในรูปขยันทำงานจนดึก เพื่อจะได้แค่เพียงเห็นหน้าเขานานๆ แทนด้วยเพลง รักในซีเมเจอร์ แอบรักเธออยู่ในใจเก็บหัวใจไว้ให้เธอ วันทั้งวันฉันมองเหม่อ คิดถึงเธอทุกเวลา...
คู่รักแรกรุ่น เรื่องของพ่อเลี้ยง (เลียม นีสัน) ที่เพิ่งเสียภรรยาไปที่ต้องกลายมาเป็นพี่เลี้ยงสอนการจีบสาวให้กับลูกเลี้ยง (โธมัส แซงสเตอร์)วัยสิบเอ็ดขวบที่ริมีรักสุดเอื้อมกับดาวโรงเรียน กับเพลง รักครั้งแรก ความรักมันเรียกร้อง ทุกเวลาให้ฝันถึงวันก่อน อยากบอกเธอ รักครั้งแรก...
คู่แอบรักแฟนของเพื่อน เมื่อแอนดรูว์ ลินคอร์น แอบชอบภรรยาของเพื่อนสนิทที่พึ่งแต่งงาน เลยทำอะไรไม่ได้ นอกจาก ทำใจและเก็บไว้เพียงภาพถ่ายวีดีโอ กับเพลง ชู้ทางใจ หากผมรักคุณจะผิดมากไหม รักด้วยหัวใจและไร้สิทธิ์หวงและห่วง แอบซ่อนเร้นเหมือนเป็นความผิดใหญ่หลวง เก็บไปฝันในทรวงขอเป็นเพียงชู้ทางใจ...
คู่รักต่างเชื้อชาติต่างภาษา หนุ่มนักเขียน (คอลิน เฟิร์ซ) ที่เพิ่งอกหัก เลยไปรักษาแผลใจที่ฝรั่งเศษ แต่กับพบรักใหม่กับแม่บ้านสาวชาวโปรตุเกส (ลูเซีย โมนิตซ์) ที่ต้องฝ่าฟันอุปสรรคขวางกันทางภาษาในการสื่อสารกัน กับเพลง พรหมลิขิต พรหมลิขิตบันดาลชักพา ดลให้มาพบกันทันใด ก่อนนี้อยู่กันแสนไกล พรหมลิขิตดลจิตใจ ฉันจึงได้มาใกล้กับเธอ...
คู่รักหนุ่มจอมหลงตัวเองกับสาวๆอเมริกา เมื่อหนุ่มอังกฤษจอมขี้แพ้ (คริส มาร์แชล) ที่จีบสาวไม่ติดสักที แต่เชื่อว่าตัวเองเป็นเทพเจ้าแห่งเซ็กซ์ และเกิดผิดประเทศ ต้องไปตามหารักที่อเมริกา เมืองที่เขาเชื่อว่าสาวๆมีท่าทีเป็นมิตรกว่า กับเพลง หัวใจขายขาด ใครจะซื้อหัวใจเปล่าเปลี่ยว ดีที่เดียวแต่ว่าอกหัก ดวงใจช้ำรักขายขาด...
คู่รักร็อคๆ เมื่อร็อคสตาร์สูงวัย (บิล ไนฮีย์) ผู้จะขอกลับมาแจ้งเกิดอีกครั้ง ได้ตระหนักว่าชีวิตที่เหลืออยู่ของเขามีแต่เพียงเพื่อนร่วมงานที่เป็นผู้จัดการ (เกรเกอร์ ฟิสเชอร์) ของเขาเท่านั้น ที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา กับเพลง สองเฒ่าผู้ยิ่งใหญ่ เรามันจน เราก็จนต่อไป ใครจะรวยเท่าไร ก็ปล่อยให้รวยเสียให้เข็ด... (เกี่ยวกันไหมนี่...ฮาฮา...)
เนื่องจากว่า Love Actually เป็นหนังที่เกี่ยวกับความรักล้วนๆ ที่เกิดในช่วงเวลาแห่งความสุข คือก่อนถึงวันคริสต์มาส หนังจึงอบอวลไปด้วยสุขทุกข์เจ็บๆคันๆ ของทั้งแปดคู่รัก นับได้ว่าเป็นงานรวมฮิตความรักที่ออกมาในเชิงหยิกแกมหยอกไปหมด เช่น กัดเล็กๆในฉากปรึกษาปัญหาหัวใจของนายกหนุ่มกับรูปภาพของอดีตนายกหญิง มากาเร็ท แธทเชอร์ ,
มีวงดนตรีชื่อ Blue ที่ล้อเลียนกับวงดังของอังกฤษ Blur , บทสาวออฟฟิศผู้มาพร้อมกับเสียงโทรศัพท์ที่ต้องรับ แม้แต่ตอนกำลังเข้าด้ายเข้าเข็ม, แถมด้วยแหนบผู้หญิงหุ่นตุ้ยนุ้ย(ในเรื่อง) ก็ได้เป็นแฟนกับนายกได้, ล้อเลียนนักร้องดัง เอลตัน จอห์นว่าหลังจากร็อคสตาร์เฒ่าไปพบท่านเซอร์แล้วกลับมากลายเป็นเกย์เลยรึ , รวมทั้งการปรากฏตัวของมีสเตอร์บีน (โรแวน แอ๊ตคินสัน) ที่แค่เห็นหน้าก็ขำแล้ว
ลองคิดดู เพราะว่าหนังที่มีเรื่องราวของความรัก ก็คงจะมีแต่ของเก่าๆที่ทำซ้ำๆกันมากแล้ว แต่คงเคยได้ยินคำที่พูดว่า พูดอะไรนั่นไม่สู้พูดอย่างไร หรือ อย่าเพียงพูดคำว่า รัก แต่จงแสดงให้รู้ว่าความรักเป็นอย่างไร (คมไหม?) สรุปคือ เรื่องความรักล้วนถูกพูดมาหมดแล้วก็จริง แต่วิธีพูดนั้นยังมีได้มากมายไม่รู้จบ
เช่นเดียวกับผู้กำกับ ริชาร์ด เคอร์ติส ที่นำเอาเรื่องที่เราคุ้นเคยในหนังแนวนี้จากเรื่องอื่นๆมาดัดแปลงหลอมรวมกันอย่างผสมผสานในไอเดียของเขา ทำให้อดสงสัยไม่ได้ว่า เขายึดคำกล่าวของ ไลโอเนล พริลลิงก์ นักเขียนพล็อตหนังที่เคยกล่าวไว้ว่า ศิลปินอ่อนหัดจะเลียนแบบ แต่ยอดศิลปินจะขโมย หรือเปล่า? ในที่นี้หนังถึงได้หยิบโน่นหยิบนี่จากเรื่องของความรักต่างๆ แล้วทำบทออกมาได้อย่างชวนติดตามในสไตล์แบบอังกฤษ ถึงแม้นักแสดงแห่งสหราชอาณาจักรนี้บางคนผู้ชมอาจจะไม่คุ้นหน้าคุ้นตา ซึ่งอาจทำให้หลายคนเห็นโปสเตอร์หนังที่มีรูปเหล่าดารามากมายว่า จะทำให้เกิดความสับสนจากตัวละครเกินพอเหล่านี้รึเปล่า แต่กลับเป็นว่าตัวละครมีคาแร๊กเตอร์เฉพาะตัวโดดเด่นที่ทำให้จดจำรื่องราวของพวกเขาได้ง่ายขึ้นเอง
อาจกล่าวได้ว่า หนังรักที่ดีขึ้นอยู่กับคาแร๊กเตอร์มากกว่าแอ๊คชั่น ดังนั้นหนังรักส่วนใหญ่จึงเป็นการเน้นตัวละครเอก ภายใต้เงื่อนไขที่ว่า ความรักปกติจะมีฝ่ายหนึ่งเป็นคนจูบและอีกฝ่ายรอหันแก้มให้จูบ คือมีทั้งฝ่ายรุกและฝ่ายรับนั่นเอง (อือ...มดจะมาไหมนี่...)
เนื่องจาก Love Actually ไม่ได้แสดงว่าเป็นหนังประเภทรักต้องห้าม (love Forbidden) เกินกรอบของสังคมและศีลธรรม ดังนั้นจึงไม่มีเรื่องราวที่จะต้องจบลงด้วยการแลกความรักด้วยชีวิตของหนังประเภทดังกล่าว แต่ Love Actually กับเป็นหนังพล็อตรักล้วนๆ(Love Plot) ดังนั้นตัวละครจึงมีอุปสรรคที่ขวางกั้นและฝ่าฟันอยู่บ้าง ก่อนที่จะออกมาในแนวแฮปปี้ เอนดิ้ง อย่างคู่ของฮิว แกรนด์, เอ็มมา ทอมป์สัน หรือ คอลิน เฟริซ์ เป็นต้น
ส่วนด้านผู้ชม โดยปกติแล้วมักเอาตัวเองใส่ลงไปในหนังประเภทนี้อยู่แล้ว แต่การจะกลับกัน คือถ้ายิ่งคนดูรู้รายละเอียดของตัวละครมากเท่าไร กับยากยิ่งที่จะทำให้เกิดอารมณ์ร่วมในเนื้อเรื่อง ดังนั้นการรู้จักตัวละครเพียงผิวเผิน (เพราะตัวละครมาก จึงแจกแจงรายละเอียดน้อยลง) กลายเป็นทำให้มีชั้นเชิงในการทำให้คนดูคิดเอาเองจนถึงกับอาจจะอินเข้ากับเรื่องราวได้ จึงถือเป็นจุดเด่นที่ทำได้ดีในการเข้าถึงตัวละคร โดยจะเปรียบเทียบเรื่องราวที่ดูว่าเคยมีความรักแบบไหนในหลายๆรูปแบบของเนื้อเรื่องได้ แต่หนังเรื่องนี้คงไม่เหมาะกับคนที่ไม่ชอบสไตล์หนังรักแบบ Four Weddings and a Funeral, Noting Hill และ Bridget Joness Diary เพราะคนเขียนบทสามเรื่องดังกล่าว มาเขียนบทและกำกับเองในคราวนี้
ใครอยากดูดาราที่มาแสดงกันเกือบหมดเกาะอังกฤษอย่างนี้ และยังต้องกระจายบทไปคนละนิดละหน่อย สมกับเป็นหนังรวมฮิตความรักได้ดี ดูเพลินๆช่วงใกล้คริสต์มาสที่บรรยากาศกำลังเต็มไปด้วยความรัก ความสุข เช่นนี้ เชิญหาชมกันโดยพลัน แล้วท่านอาจจะต้องฮัมเพลง Chistmas is all around หลังจากลุกออกจากโรงหนัง...อีกคน
_______________________________________________________________________
โดยส่วนตัวแล้วผมนะชอบคู่ที่แอบรักแฟนเพื่อน เพราะเวลาที่ใครดูเรื่องนี้จบนะ ถ้ารู้จักผมเป็นอย่างดีแล้วนะครับมันจะบอกผมว่าตัวผมเองเป็นบุคลิคแบบนี้เลยอะ จริงไหมนี่ท่าทางน่าจะจริงเพราะว่าขนาดดูแล้วยังรู้สึกเลยว่าชอบตัวละครตัวนี้ถึงขนาดตัดช็อตที่ไปบอกความรู้สึกทำเป็นคลิ๊กวิดีโอลงมือถือเลย มันเป็นตอนที่แอนดรูว์ ลินคอร์นได้ไปงานแต่งงานของเพื่อนสนิทเค้าแต่งคนที่เค้าชอบอะ เหตุการณ์มันบังเอิญที่วิดีโอในงานมันถ่ายเจ้าสาวไม่สวยแล้วไม่ดี เจ้าสาวเลยนึกขึ้นได้ว่าแอนดรูว์ได้เอากล้องวิดีโอไปถ่ายในงานด้วยเลยอยากจะอัดมาเก็บไว้จะได้มีวิดีโอที่ระลึกในงานแต่งฉากตัดมาวันที่จูเลียตไปหาแอนดรูว์ที่บ้านเพื่อไปเอาวิดีโอม้วนนั้น แอนดรูว์ก็ไม่อยากจะให้อะเลยบอกว่าเดี๋ยวขอหาก่อนไม่รู้อยู่ไหนจูเลียตก็บังเอิญเห็นวิดีโอนี้อยู่พอดีเลยเอามาเปิดดูเลย แอนดรูว์ก็พยายามอ้างไม่ให้ดูแต่สรุปก็ได้ดูจนได้จูเลียตก็นั่งดูอยู่ได้แป๊ปหนึ่ง ทุกคำที่ผู้ออกมาว่าแอนดรูว์ถ่ายสวยมากๆๆ เห็นตัวเธอเองชัดตลอดเวลา แล้วสักพักหนึ่งก็คิดได้เพราะว่าในวิดีโอม้วนนั้นมีแต่ถ่ายตัวเธอเองตลอดเวลา จูเลียตเลยถามว่าจริงๆแล้วเธอเกลียดฉันไม่ใช่เหรอ เธอพยายามไม่คุยกะฉันไม่ใช่เหรอ แอนดลูว์บอกว่าอย่าเปิดให้คนอื่นดูบ่อยนักเพราะว่ายังตัดต่อไม่เสร็จและบอกว่าเดี๋ยวจะออกไปกินมื้อเที่ยงแล้วดูเสร็จแล้วปิดบ้านให้ด้วยพอจะออกจากประตูก็หันมาบอกว่า ผมทำเฉยชาเพื่อเป็นเกราะป้องกันตัวแล้วก็เดินออกจากบ้านมาพร้อมเพลงก็ขึ้นคือเพลงhere with me ความหมายในท่อนที่ว่า
ฉันก็คือตัวฉัน
ฉันทำสิ่งที่อยากทำ
แต่ฉันหลบไปไหนไม่ได้
หนีไปไหนอาจจะไม่พ้น
ไม่อาจข่มตาหลับ
หายใจขัดหากไม่ได้เธอมาเคียงกาย
ฉันจะไม่จากไป
หลบไปไหนไม่ได้
หายใจขัดหากไม่ได้เธอมาเคียงกาย
ฉันจะไม่พูด
ฉันนอนไม่หลับ หายใจขัด
หากไม่ได้เธอมาเคียงกาย.......
ตัวละครตัวนี้ชอบมาก แล้วตอนสรุปของคู่แอนดรูว์กะจูเลียตนั้นเป็นตอนที่ดูแล้วจะบอกว่าเป็นบุคคลิกเราเลย
เป็นฉากที่จูเลียตอยู่ในบ้านดูที่ทีวีอยู่กะสามีของเธอปีเตอร์ในคืนวันคริสต์มาส ก็มีคนมากดอ็อดหน้าประตูจูเลียตเลยลงไปเปิดประตู ก็เจอกับแอนดรูว์ถือกระดาษแผ่นใหญ่มาและพร้อมกับสเตอริโอ1เครื่อง ปีเตอร์ตะโกนถามจูเลียตว่าใคร แอนดรูว์บอกให้เงียบไว้พร้อมให้จูเลียตอ่านกระดาษที่แอนดรูว์เอามา
เป็นกระดาษแข็งที่ใหญ่พอสมควรมีหลายแผ่น แต่ละแผ่นเขียนว่า
1. บอกว่านักร้องประสานเสียง(say It's carol singers)(จูเลียตก็ตะโกนตอบไปตามนั้น)
แอนดรูว์เลยเปิดเพลงในสเตริโอพร้อมทั้งเปลี่ยนกระดาษเป้นแผ่นต่อไป
2.ถ้าโชคดีปีหน้า(with any luck,By next year)
3.ผมจะควงผู้หญิงในนี้คนหนึ่ง(I'll be going out with one of these girls)
4.มีรูปดาราฮอลลิอู๊ดหลายคน(แล้วจูเลียตก็หัวเราะเบาๆให้กับมุขนี้)
5. แต่ตอนนี้ผมขอบอกว่า(but for now let me say)
6. ผมไม่ได้หวังหรือเจตนาอะไร(Without hope or agenda)
7.แค่เพราะนี่เป็นคริสต์มาส(just because It's christmas)
8.เราต้องพูดความจริงในวันคริสต์มาส(and at christmas you tell the truth)
9.สำหรับผมแล้วคุณสมบูรณ์แบบมากในสายตาผม(To me. You're perfect)(จูเลียตก็อิ้งเล็กน้อยแววตาเปลี่ยนไปดูจริงจังและตกใจนิดหน่อย)

10.คนอกหักคนนี้จะรักคุณตลอดไป(And my wasted heart will love you)
11.จนกว่าคุณจะเป็นแบบนี้(until you look like this)
12.รูปมัมมี่(จูเลียตก็หัวเราะเบาๆๆอีกครั้งหนึ่งให้กับความน่ารักของมุข)
13.สุขสัต์วันคริสต์มาส(merry christmas)
พอเสร็จแล้วแอนดรูว์ก็ชูนิ้วโป้งนิ้วขึ้นให้จูเลียตและเก็บของพร้อมเดินจากไป ระหว่างที่เดินนั้นจูเลียตก็วิ่งเข้ามาจูบแอนดรูว์แล้วก็วิ่งเข้าบ้านไป
แล้วแอนดรูว์ก็บอกว่าพอแล้วเราทำได้แค่นี้มันก็พอแล้ว
(การที่เก็บความรู้สึกไว้มาตั้งนานแล้วได้บอกความรู้สึกไปมันจะทำให้รู้สึกดีแม้นว่าความรักครั้งนี้เป็นรักที่ต้องห้ามก็ตามแอนดรูว์มาไกลได้เท่าที่ความจริงจะเป็นไปได้แล้ว)
อีกฉากหนึ่งที่ชอบเป็นตอนที่พ่อเลี้ยงที่เพิ่งเสียภรรยาไปนั่งอยู่กับลูกเลี้ยงอยู่ที่เก้าอี้พ่อเลี้ยงเค้าเป็นห่วงว่าลูกเลี้ยงนั้นจะทำใจเรื่องที่แม่เสียชีวิตไปได้หรือเปล่าเพราะว่าเห็นหลายวันนี่เก็บตัวอยู่ตลอดเวลาจึงชวนออกมานั่งคุยแบบเปิดอกอะ
พ่อพูดว่า มีปัญหาอะไรหรือเปล่า แซมมวล แค่เรื่องแม่หรือ...เป็นเรื่องอื่น
ลูกพูดว่า..........(แต่ทำท่าทางแบบอิดอัดใจไม่กล้าพูด)
พ่อพูดว่า เรื่องที่โรงเรียนเหรอ
ลูก.................(ก็ยังไม่กล้าพูด)
พ่อ โดนเพื่อนแกล้งเหรอหรือว่าแย่กว่านั้น
ลูก ..................(ก้มลงไม่กล้ามองหน้าพ่อ)
พ่อ ช่วยใบ้ให้หน่อยได้ไหม
ลูก คุณอยากรู้จริงๆเหรอ
พ่อ อยากรู้จริงสิ
ลูก ถึงคุณจะช่วยไม่ได้น่ะเหรอ
พ่อ บอกมาเถอะ
ลูก ความจริงคือ......... จริงๆๆแล้วผมมีความรัก
พ่อ ว่าไงนะ
ลูก ผมรู้ผมควรจะคิดถึงแม่ ซึ่งผมก็คิด... ผมมีความรัก ผมมีก่อนที่แม่จะเสีย ก็เลยทำอะไรไม่ได้
พ่อ (หัวเราะให้กับความคิดแบบเด็กในเรื่องรัก) เธอจะไม่เด็กเกินไปเหรอ
ลูก ไม่ฮะ
พ่อ ไม่ก็ไม่ ฉันโล่งอกนะ (พร้อมลูบผมของลูกแบบเอ็นดู)
ลูก ทำไมฮะ
พ่อ ฉันนึกว่ามีเรื่องร้ายแรงกว่านี้อีก
ลูก ร้ายแรงกว่าทรมานใจเพราะรักเหรอ
พ่อ (อึ้งในคำพูดแล้วคิดนิดหนึ่ง) ไม่เธอพูดถูกทรมานใจ(สีหน้าเศร้าขึ้นมาทันที)
จบการสนทนา
(ในโลกนี้นะทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำให้ทรมานใจที่สุดก็คือความรักนี่แหละ สังเกตไหมว่าคนทุกคนกำลังตามหาความรักอยู่ทั้งนั้น แล้วทุกคนก็ต้องทรมานกับเรื่องนี้ทั้งนั้นไม่เคยไม่มีคนไหนหรอกที่ไม่ทรมานอะ เป็นมุขของหนังที่ใช้เด็กเป็นสื่อคำพูดให้ดูน่ารักแต่ก็ซ่อนความจริงในเรื่องรักไว้อย่างแยบยลชอบอะ)